xslinfo-Pineapple juice

น้ำสับปะรด

สับปะรดจัดว่าเป็นผลไม้ที่สามารถนำมาทานได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารคาว อาหารหวาน หรือการทานเป็นผลไม้ก็ให้รสชาติที่มีความเอร็ดอร่อยได้อย่างดี นอกจากนี้น้ำสับปะรดก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เหตุเพราะรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวบวกกับความอร่อยของเครื่องปรุงต่างๆ ในการนำมาทำสับปะรดจึงเป็นผลไม้ที่คนทั่วโลกให้ความนิยมมาโดยตลอด ซึ่งคนไทยส่วนมากก็นิยมทานสับปะรดทั้งในรูปแบบอาหาร ผลไม้ หรือน้ำผลไม้ไม่น้อยเหมือนกัน

วัตถุดิบ และขั้นตอนการทำน้ำสับปะรด

อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่าสับปะรดในบ้านเราก็มีหลากหลายสายพันธุ์แม้ว่ารสชาติหลักของสับปะรดจะให้ความเปรี้ยวนำหวานตามแต่ด้วยสายพันธุ์ที่มีความแตกต่างกันก็ทำให้รสชาติของน้ำสับปะรดแตกต่างกันตามไปด้วย

วัตถุดิบที่ใช้ในการทำน้ำสับปะรด

สับปะรด, น้ำเปล่า, น้ำตาลทราย,เกลือ

ขั้นตอนในการทำน้ำสับปะรด

1.ปอกเปลือกสับปะรดให้เรียบร้อยแล้วแล้วนำสับปะรดไปล้างน้ำให้สะอาดก่อนรอบหนึ่ง
2.หั่นสับปะรดเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อที่ว่าเวลานำไปคั้นน้ำของสับปะรดจะได้ออกมาอย่างเต็มที่
3.ทำการคั้นน้ำสับปะรดซึ่งตรงจุดนี้มีวิธีการทำได้หลายรูปแบบ บางคนก็ใช้การกดเนื้อสับปะรดลงไปบนเครื่องคั้นน้ำผลไม้ บางคนเลือกใช้วิธีบ้านๆ ด้วยการบีบลงบนผ้าขาวบางก็แล้วแต่เลือกได้เลย
4.ต้มน้ำเปล่าให้เดือดใส่น้ำตาลทรายลงไปเพื่อเป็นน้ำเชื่อม จากนั้นก็เติมเกลือลงไปเล็กน้อย
5.เมื่อน้ำเดือดจนได้ที่ก็ให้ใส่น้ำสับปะรดที่คั้นเอาไว้ก่อนหน้าที่ลงไปรอให้เดือดอีกรอบแล้วค่อยยกลง
6.พักให้เย็นจากนั้นก็อาจแช่ตู้เย็นหรือใส่น้ำแข็งทานก็ให้ความอร่อยได้เหมือนๆ กัน

รีวิวรสชาติน้ำสับปะรด

รสชาติของน้ำสับปะรดหากไม่ได้มีการปรุงแต่งใดๆ มากเกินไปนักจะรู้สึกได้ถึงความเปรี้ยวที่เป็นจุดเด่นนำมาแต่ไกลแต่ความเปรี้ยวที่ว่านี้จะถูกเจือจางด้วยเกลือทำให้ไม่ได้เปรี้ยวแหลมจนไม่อร่อย ตัดด้วยความหวานจากน้ำตาลยิ่งได้ทานแบบเย็นๆ ชื่นใจด้วยแล้วยิ่งทำให้ความอร่อยทวีคูณเข้าไปอีกหลายเท่าตัว

ประโยชน์ของสับปะรด

1.เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่างๆ ให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื่อโรคต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น
2.ช่วยดูแลในส่วนของสุขภาพเกี่ยวกับช่องปากได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงเรื่องของโรคเกี่ยวกับเหงือกและช่องปากด้วย
3.ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือดรวมไปถึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาตได้อีกด้วยเหตุเพราะ เอนไซม์บรอมีเลนที่อยู่ในสับปะรดช่วยลดปัญหาการเกาะกันของลิ่มเลือด