xslinfo-Corn ice cream-s

ไอศกรีมข้าวโพด

หากให้ลองนึกถึงผลไม้ไทยๆ อันเป็นที่ถูกอกถูกใจคนไทยมาอย่างช้านานหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นข้าวโพดอย่างแน่นอน นี่คือ ผลไม้ไทยที่อยู่ในข่ายสามารถหาทานได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เดินไปตามตลาดหรือแม้แต่มีรถวิ่งขายผ่านก็สามารถหาซื้อทานกันได้แล้ว ที่สำคัญข้าวโพดยังสามารถนำมาแปรเปลี่ยนเป็นเมนูอาหารได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน แต่สำหรับเมืองไทยที่มีอากาศร้อนเกือบตลอดทั้งปี การนำข้าวโพดมาเปลี่ยนเปลี่ยนรูปร่างให้เป็นไอศกรีมคงเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

วัตถุดิบและขั้นตอนการทำไอศกรีมข้าวโพด

อย่างไรก็ตามต้องบอกก่อนว่าการทำไอศกรีมข้าวโพดสามารถเลือกทำได้ด้วยวิธีการที่หลากหลายขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนว่าอยากนำข้าวโพดมาแปรเปลี่ยนเป็นไอศกรีมลักษณะใด สำหรับตอนนี้จึงอยากนำเสนอในการนำเอาข้าวโพดมาทำเป็นไอศกรีมแบบถ้วยแสนอร่อยรับรองว่าโดนใจอย่างแน่นอน

วัตถุดิบในการทำไอศกรีมข้าวโพด

ข้าวโพด, น้ำตาลทราย, นมจืด, วิปปิ้งครีม, ไข่แดง, เกลือป่น

ขั้นตอนในการทำไอศกรีมข้าวโพด

1.ต้มข้าวโพดเหลืองจนสุกจากนั้นก็ทำการฝานให้เป็นแผ่นบางๆ ใส่ถ้วยรอเอาไว้
2.เอาไข่แดงที่เตรียมไว้ตีจนฟู
3.เอานมจืดขึ้นตั้งไฟระดับปานกลางจนเดือด จุดนี้สำคัญคือต้องพยายามคนบ่อยๆ เพื่อไม่ให้เกิดการไหม้บริเวณก้นหม้อ
4.นำไข่แดง วิปปิ้งครีม น้ำตาล และเกลือใส่ลงไปด้วยกันจากนั้นก็คนให้ละลายตั้งไฟให้เดือด
5.เมื่อคนส่วนผสมก่อนหน้านี้จนได้ที่แล้วก็ใส่ข้าวโพดลงไป คนให้เข้ากันอีกรอบ จากนั้นก็ยกลงรอให้เย็น
6.นำเอาส่วนผสมทั้งหมดเทลงกล่องพลาสติก จากนั้นก็เอามาแช่ตู้เย็นไว้ในช่องแช่แข็งประมาณ 5 ชั่วโมง
7.เมื่อได้ที่ก็นำเอาไปใส่ในเครื่องปั่นไอศกรีม ปั่นให้กลายเป็นไอศกรีม จากนั้นก็เทกลับใส่กล่องพลาสติกอีกครั้ง
8.นำเข้าตู้เย็นที่ช่องแช่แข็งอีกครั้งจนไอศกรีมแข็งตัว เมื่อแข็งตัวก็สามารถตักมาทานได้เลย

รีวิวรสชาติไอศกรีมข้าวโพด

การเลือกทานไอศกรีมข้าวโพดในลักษณะนี้จะได้สัมผัสถึงความหอม มัน ของส่วนผสมต่างๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ส่วนรสชาติของตัวข้าวโพดเองที่ออกหวานก็จะช่วยส่งให้ไอศกรีมมีความหวานมากขึ้นกว่าเดิมด้วย จัดว่าเป็นขนมที่สามารถนำมาทานในช่วงเวลาอากาศร้อนได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ของข้าวโพด

1.มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยให้ผิวพรรณมีความสดใส่ เต่งตึง ไม่เหี่ยวย่นเร็วก่อนวัย
2.มีฤทธิ์ในการต่อต้านเชื้อมะเร็งได้เป็นอย่างดี อาทิ มะเร็งปอด, มะเร็งลำไส้ใหญ่, มะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นต้น
3.ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคท้องผูกและริดสีดวงทวาร