logoxslinfo-fruit

TOP 10 ร้านไอศรีม (ผลไม้) ใกล้เคียง

1.ม็อกกิ้ง เทลส์ (Mocking Tales) 2. After You Dessert Cafe 3.Emack and Bolio’s Thailand 4.Sweet Monster Thailand 5.Stick House Thailand 6.ไอติมถัง Little Duck 7.Kanemochi Ice cream 8.Swensen’s (สเวนเซ่นส์) 9.Bell the cat milk & dessert cafe’ 10.ติมซิ้ม ไอติมเข่ง (Timsim Icecream)

xslinfo-Apple juice

น้ำแอปเปิ้ล

หากใครที่กำลังมองหาผลไม้เพื่อลดความอ้วนแล้วแอปเปิ้ลคือ หนึ่งในผลไม้ที่คุณกำลังตามหาอย่างแน่นอน จะสังเกตได้ว่าเวลาที่มีใครพูดถึงเรื่องของการลดน้ำหนักการแนะนำในเรื่องการทานอาหารก็มักจะมีแอปเปิ้ลเข้าไปเป็นส่วนเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ว่าเจ้าผลไม้ชนิดนี้อาจไม่ใช่ผลไม้ไทยแท้ๆ แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็นิยมทานกันอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ลแดงหรือแอปเปิ้ลเขียว แม้ว่ารสชาติของแอปเปิ้ลทั้ง 2 สายพันธุ์นี้จะต่างกันไปบ้างแต่โดยรวมแล้วก็ต้องถือว่าให้ความอร่อยได้ดีเลยทีเดียว วัตถุดิบและขั้นตอนในการทำน้ำแอปเปิ้ล ต้องบอกก่อนว่าทั้งแอปเปิ้ลแดงกับแอปเปิ้ลเขียวให้รสชาติที่ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับความชื่นชอบหรือความต้องการของแต่ละคนว่าอยากได้รสชาติของน้ำแอปเปิ้ลในแบบใดแต่วัตถุดิบและขั้นตอนในการทำน้ำแอปเปิ้ลก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากสักเท่าไหร่นัก วัตถุดิบในการทำน้ำแอปเปิ้ล แอปเปิ้ลสุก, น้ำเปล่า, น้ำตาลทราย, เกลือ ขั้นตอนในการทำน้ำแอปเปิ้ล 1.นำผลแอปเปิ้ลมาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย จากนั้นก็ทำการหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 2.ต้มน้ำให้เดือด นำเนื้อแอปเปิ้ลที่หั่นเอาไว้แล้วมาใส่ลงไปในน้ำที่กำลังเดือดจัด ต้มจนเนื้อแอปเปิ้ลเริ่มเปื่อยก็ให้ยีน้ำแอปเปิ้ลจนละเอียด 3.เมื่อยีจนได้ที่แล้วก็ให้ผสมน้ำตาลทรายกับเกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นก็ต้มให้เดือดอีกครั้งคนให้ส่วนผสมต่างๆ เข้ากันจนได้ที่ แล้วยกลงพักไว้ให้หายร้อน 4.สามารถเลือกทานด้วยวิธีการใส่น้ำแข็งหรือเอาไปแช่ตู้เย็นให้เย็นก็ได้เช่นเดียวกัน รีวิวรสชาติของน้ำแอปเปิ้ล อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ในตอนต้นว่ารสชาติของน้ำแอปเปิ้ลจริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับแอปเปิ้ลที่เลือกใช้ด้วยว่าเป็นแบบใด ถ้าหากเป็นแอปเปิ้ลแดงรสชาติที่ได้ก็จะมีความหวานนำแล้วตามด้วยรสเปรี้ยวนิดๆ แต่ถ้าหากเป็นแอปเปิ้ลเขียวรสชาติที่ได้ก็จะเป็นรสเปรี้ยวนำตามด้วยความหวานผสมผสานกันระหว่างรสของแอปเปิ้ลกับน้ำตาลซึ่งก็ให้รสชาติที่ดีไปอีกแบบหนึ่ง ประโยชน์ของแอปเปิ้ล 1.ช่วยในการลดน้ำหนักได้ดีเหตุเพราะเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อยแต่ให้ความอิ่มได้ดีเนื่องจากมีน้ำตาลฟรักโทสที่ให้ความหวานแตกต่างกับความหวานชนิดอื่นๆ ไม่ก่อให้เกิดความอ้วน 2.มีวิตามินกับเกลือแร่ที่มีประโยชน์มากมาย ช่วยในเรื่องของการย่อยโปรตีนและไขมันได้เป็นอย่างดี 3.มีสรรพคุณในการบำรุงปอด ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งและโรคเกี่ยวกับปอด

xslinfo-Pineapple juice

น้ำสับปะรด

สับปะรดจัดว่าเป็นผลไม้ที่สามารถนำมาทานได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารคาว อาหารหวาน หรือการทานเป็นผลไม้ก็ให้รสชาติที่มีความเอร็ดอร่อยได้อย่างดี นอกจากนี้น้ำสับปะรดก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เหตุเพราะรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวบวกกับความอร่อยของเครื่องปรุงต่างๆ ในการนำมาทำสับปะรดจึงเป็นผลไม้ที่คนทั่วโลกให้ความนิยมมาโดยตลอด ซึ่งคนไทยส่วนมากก็นิยมทานสับปะรดทั้งในรูปแบบอาหาร ผลไม้ หรือน้ำผลไม้ไม่น้อยเหมือนกัน วัตถุดิบ และขั้นตอนการทำน้ำสับปะรด อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่าสับปะรดในบ้านเราก็มีหลากหลายสายพันธุ์แม้ว่ารสชาติหลักของสับปะรดจะให้ความเปรี้ยวนำหวานตามแต่ด้วยสายพันธุ์ที่มีความแตกต่างกันก็ทำให้รสชาติของน้ำสับปะรดแตกต่างกันตามไปด้วย วัตถุดิบที่ใช้ในการทำน้ำสับปะรด สับปะรด, น้ำเปล่า, น้ำตาลทราย,เกลือ ขั้นตอนในการทำน้ำสับปะรด 1.ปอกเปลือกสับปะรดให้เรียบร้อยแล้วแล้วนำสับปะรดไปล้างน้ำให้สะอาดก่อนรอบหนึ่ง 2.หั่นสับปะรดเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อที่ว่าเวลานำไปคั้นน้ำของสับปะรดจะได้ออกมาอย่างเต็มที่ 3.ทำการคั้นน้ำสับปะรดซึ่งตรงจุดนี้มีวิธีการทำได้หลายรูปแบบ บางคนก็ใช้การกดเนื้อสับปะรดลงไปบนเครื่องคั้นน้ำผลไม้ บางคนเลือกใช้วิธีบ้านๆ ด้วยการบีบลงบนผ้าขาวบางก็แล้วแต่เลือกได้เลย 4.ต้มน้ำเปล่าให้เดือดใส่น้ำตาลทรายลงไปเพื่อเป็นน้ำเชื่อม จากนั้นก็เติมเกลือลงไปเล็กน้อย 5.เมื่อน้ำเดือดจนได้ที่ก็ให้ใส่น้ำสับปะรดที่คั้นเอาไว้ก่อนหน้าที่ลงไปรอให้เดือดอีกรอบแล้วค่อยยกลง 6.พักให้เย็นจากนั้นก็อาจแช่ตู้เย็นหรือใส่น้ำแข็งทานก็ให้ความอร่อยได้เหมือนๆ กัน รีวิวรสชาติน้ำสับปะรด รสชาติของน้ำสับปะรดหากไม่ได้มีการปรุงแต่งใดๆ มากเกินไปนักจะรู้สึกได้ถึงความเปรี้ยวที่เป็นจุดเด่นนำมาแต่ไกลแต่ความเปรี้ยวที่ว่านี้จะถูกเจือจางด้วยเกลือทำให้ไม่ได้เปรี้ยวแหลมจนไม่อร่อย ตัดด้วยความหวานจากน้ำตาลยิ่งได้ทานแบบเย็นๆ ชื่นใจด้วยแล้วยิ่งทำให้ความอร่อยทวีคูณเข้าไปอีกหลายเท่าตัว ประโยชน์ของสับปะรด 1.เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่างๆ ให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื่อโรคต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น 2.ช่วยดูแลในส่วนของสุขภาพเกี่ยวกับช่องปากได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงเรื่องของโรคเกี่ยวกับเหงือกและช่องปากด้วย 3.ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือดรวมไปถึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาตได้อีกด้วยเหตุเพราะ เอนไซม์บรอมีเลนที่อยู่ในสับปะรดช่วยลดปัญหาการเกาะกันของลิ่มเลือด

xslinfo-Orange juice

น้ำส้มคั้น

น้ำส้มคั้นจัดได้ว่าเป็นน้ำผลไม้ที่มีได้รับความนิยมที่สุดบนโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ เชื่อเหลือเกินว่าตั้งแต่เกิดมาคงไม่มีใครไม่เคยดื่มน้ำส้มคั้นกันอย่างแน่นอน ด้วยกรรมวิธีการทำที่ไม่ยากทุกคนสามารถทำเพื่อดื่มเองที่บ้านได้ บวกกับรสชาติความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้น้ำส้มคั้นเปรียบได้กับน้ำที่เป็นตัวแทนของคนรักสุขภาพอีกส่วนหนึ่งก็ไม่ปาน ซึ่งรสชาติที่โดดเด่นของน้ำส้มคั้นนี่เองที่ทำให้หลายคนต่างก็ชอบอกชอบใจกันมานักต่อนักแล้ว วัตถุดิบและขั้นตอนในการทำน้ำส้มคั้น ด้วยความที่น้ำส้มคั้นเป็นน้ำผลไม้ที่สามารถทำได้โดยง่าย วัตถุดิบที่ใช้ในการทำก็ไม่ได้ยุ่งยากแต่ประเด็นหลักจะอยู่ที่การเลือกส้มมาใช้ในการทำ หากได้ส้มที่มีรสชาติดีก็จะยิ่งทำให้น้ำส้มคั้นมีรสชาติที่ออกมาดีตามไปด้วย วัตถุดิบในการทำน้ำส้มคั้น ส้มเขียวหวาน / ส้มสายน้ำผึ้ง หรือส้มสายพันธุ์อื่นๆ ตามที่เห็นสมควร, เกลือ ขั้นตอนในการทำน้ำส้มคั้น 1.ล้างเปลือกด้านนอกของส้มให้สะอาดแนะนำว่าสามารถนำส้มไปแช่น้ำเกลือก่อนได้เพื่อให้ความขมที่ติดมากับเปลือกส้มออกไปเวลาคั้นจะได้ไม่มีรสของความขมหลงเหลืออยู่ 2.ผ่าครึ่งลูกส้มออกเป็น 2 ส่วนในขนาดที่เท่าๆ กัน 3.การคั้นจริงๆ แล้วสามารถเลือกวิธีการคั้นได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความถนัดหรืออุปกรณ์ในการใช้งานของแต่ละคน บางคนเลือกคั้นด้วยมือก็ให้ค่อยๆ กดส้มลงไปที่อุปกรณ์การคั้นแล้วบิดเบาๆ อย่ากดแรงเกินไปเพราะจะทำให้ติดความขมได้ ส่วนคนที่ใช้เครื่องคั้นก็ให้ใส่ส้มที่ผ่าครึ่งลงไปจากนั้นก็ค่อยๆ ดันเครื่องคั้นเพื่อให้น้ำส้มออกมาแต่ก็อย่าดันแรงจนเกินไปเพราะจะทำให้เกิดความขมด้วยเช่นเดียวกัน 4.เมื่อได้น้ำส้มในปริมาณที่ต้องการแล้วก็ให้ผสมเกลือลงไปติดหน่อยเพื่อตัดความเปรี้ยวของส้ม 5.นำไปแช่ตู้เย็นหรือใส่น้ำแข็งตามใจชอบก็สามารถทานได้แบบชื่นใจแล้ว รีวิวรสชาติของน้ำส้มคั้น น้ำส้มคั้นที่ดีต้องไม่ใช่รสชาติที่แสดงออกถึงความเปรี้ยวจนไม่รับรู้รสชาติอื่นๆ เลย จริงๆ แล้วน้ำส้มคั้นที่อร่อยจะต้องมีรสชาติเปรี้ยวผสมกับหวานของส้มที่ลงตัวตัดให้มีรสชาติเค็มนิดหน่อยจากเกลือที่ใส่เข้าไปเพื่อตัดรสความเปรี้ยว หากได้รสชาติแบบนี้ยิ่งแช่เย็นยิ่งทำให้น้ำส้มคั้นมีความอร่อยมากกว่าที่เคยด้วย ซึ่งตรงจุดนี้อย่างที่กล่าวไปว่ามันขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของส้มที่เลือกนำมาใช้ด้วยว่าเป็นส้มสายพันธุ์ไหน มีรสชาติแบบใด เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้รสชาติของน้ำส้มคั้นเป็นไปตามที่ต้องการ

xslinfo-guava Juice-s

น้ำฝรั่ง

ฝรั่งถือเป็นผลไม้อีกชนิดที่คนไทยค่อนข้างให้ความนิยมในการนำมาทานอย่างมาก เนื่องด้วยความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฝรั่งที่ทานแล้วจะกรอบ อร่อย บวกกับยิ่งบางคนได้จิ้มกับพริกเกลือยิ่งทำให้อร่อยมากขึ้นอีก ที่สำคัญยังเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย จึงไม่แปลกที่คนทั่วไปก็มักจะนิยมทานฝรั่งกันเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามนอกจากการทานเป็นลูกๆ หรือหั่นเป็นชิ้นแล้วก็ยังมีการนิยมเอาฝรั่งมาทำเป็นน้ำผลไม้อย่างน้ำฝรั่งด้วยเช่นเดียวกัน วัตถุดิบและขั้นตอนในการทำน้ำฝรั่ง การทำน้ำฝรั่งไม่ใช่เรื่องยากแต่ประเด็นสำคัญคืออย่าเลือกใช้ฝรั่งที่สุกจนเกินไปเพราะจะทำให้เละ กลิ่นไม่หอม รวมถึงอาจทำให้รสชาติเปลี่ยนไปจากที่ควรจะเป็นด้วย วัตถุดิบในการทำน้ำฝรั่ง ฝรั่งสด, น้ำเปล่า, น้ำเชื่อม, เกลือ ขั้นตอนในการทำน้ำฝรั่ง 1.นำฝรั่งมาล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นก็ให้ฝานเอาเฉพาะเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อเหมาะแก่การนำไปปั่น 2.นำเนื้อฝรั่งที่ได้ไปเข้าเครื่องปั่นจากนั้นก็ปั่นให้ละเอียดจนเป็นน้ำกับเนื้อยุ่ยๆ 3.เอาผ้าขาวบางวางไว้กับแก้วแล้วเทน้ำฝรั่งที่ปั่นเอาไว้ใส่แล้วเพื่อเป็นการแยกระหว่างน้ำกับเนื้อออกจากกัน 4.นำน้ำเชื่อมที่ได้จากการเอาน้ำตาลมาเคี่ยวกับน้ำเปล่าใส่ลงไปจากนั้นก็ใส่เกลือลงไปเล็กน้อยเพื่อให้เกิดรสชาติที่อร่อยยิ่งขึ้นกว่าเดิม 5.แนะนำว่าให้แช่เย็นหรือใส่น้ำแข็งแล้วทานจะทำให้น้ำฝรั่งมีรสชาติอร่อยยิ่งขึ้นกว่าเดิมเลยทีเดียว รีวิวรสชาติของน้ำฝรั่ง น้ำฝรั่งจะมีรสชาติที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากเหมือนกับผลไม้หลายๆ ชนิด ดังนั้นความอร่อยหลักๆ ของน้ำฝรั่งจะมาจากความหวานของน้ำเชื่อมและรสเปรี้ยวนิดๆ ของตัวเนื้อฝรั่งเอง บวกกับการเอาเกลือที่ตัดรสเปรี้ยวตรงนี้ทำให้รสเปรี้ยวที่ว่าจะไม่ได้เปรี้ยวมากจนเกินไป ให้ความสดชื่นมากๆ เวลาดื่มโดยเฉพาะตอนที่น้ำฝรั่งเย็นๆ จะช่วยให้เกิดความสดชื่นเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ประโยชน์ของฝรั่ง 1.สารต้านอนุมูลอิสระในฝรั่งช่วยในป้องกันในเรื่องของความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ดีมากๆ อาทิ มะเร็งในช่องท้อง, มะเร็งหลอดอาหาร, มะเร็งกล่องเสียง, มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งในช่องปาก เป็นต้น 2.ช่วยเพิ่มระดับไขมันดีในร่างกายแทนที่ไขมันไม่ดีอย่างคลอเรสเตอรอล นั่นหมายถึงการทานฝรั่งมากๆ ช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย 3.วิตามินซีจากฝรั่งช่วยในเรื่องของการบำรุงหัวใจได้เป็นอย่างดี ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานเป็นปกติ สุขภาพของหัวใจสมบูรณ์ 4.แร่ธาตุต่างๆ …

xslinfo-pomegranate juice

น้ำทับทิม

หากใครได้มีโอกาสไปเดินตามย่านเยาวราชหรือตามท้องถนนที่เป็นแหล่งขายสินค้าเยอะๆ เรามักจะเห็นร้านรถเข็นธรรมดาไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่นักทว่าสิ่งที่เขาขายกันอยู่ก็คือ น้ำทับทิม แม้บางคนจะบอกว่ามีราคาค่อนข้างสูงไปหน่อยแต่หากว่าได้ลิ้มลองแล้วต่างก็ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยอย่างไม่มีคำบรรยาย อย่างไรก็ดีไม่ได้หมายความว่าการจะดื่มน้ำทับทิมให้อร่อยต้องไปเดินหาซื้อตามท้องถนนอย่างที่บอกเอาไว้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เราสามารถที่จะทำเองได้โดยไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนอะไรเลยแม้แต่น้อย เผลอๆ ให้ความอร่อยได้มากกว่าด้วยซ้ำ วัตถุดิบและขั้นตอนการทำน้ำทับทิม ด้วยความที่ทับทิมเป็นผลไม้อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั่นทำให้การเตรียมวัตถุดิบในการทำน้ำทับทิมจึงไม่ได้มีอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อนเกินไปนัก ยิ่งถ้าหากไดทับทิมที่มีรสชาติหวานอร่อยเผลอๆ แค่มีเนื้อทับทิมอย่างเดียวก็เกินพอแล้ว วัตถุดิบที่ใช้ในการทำน้ำทับทิม ทับทิม, เกลือ ขั้นตอนการทำน้ำทับทิม 1.นำทับทิมมาผ่าครึ่งเพื่อให้เป็นเม็ดด้านใน 2.แกะเอาเม็ดด้านในออกมาให้หมดใส่ไว้บนชามรองของเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ซึ่งวิธีแกะก็มีด้วยกันหลากหลายอาจเลือกใช้การเคาะเพื่อให้เมล็ดออกมาหรือใช้มือแกะเพื่อให้เมล็ดออกมาก็ได้เช่นเดียวกัน 3.เมื่อแกะเม็ดด้านในออกมาใส่ชามรองของเครื่องปั่นน้ำผลไม้เรียบร้อยจากนั้นก็ให้ใช้ตัวคั้นค่อยๆ กดเม็ดให้น้ำทับทิมไหลออกมาสู่ภาชนะด้านล่าง 4.เมื่อกดจนน้ำทับทิมออกมาหมดแล้วจริงๆ หากเป็นทับทิมที่มีรสชาติดีก็สามารถดื่มได้เลยแต่ถ้าหากออกเปรี้ยวก็ให้ตัดด้วยเกลือใส่ลงไปนิดหน่อยเท่านี้ก็จะทำให้น้ำทับทิมมีรสชาติอร่อยขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะ 5.นำไปแช่ตู้เย็นหรือใส่น้ำแข็งเท่านี้ก็สามารถดื่มน้ำทับทิมเย็นๆ ได้อย่างสบายใจแล้ว รีวิวรสชาติของน้ำทับทิม จริงๆ แล้วน้ำทับทิมแท้ๆ ที่ไม่ได้มีการผสมสิ่งใดทั้งสิ้นจะมีรสชาติหวานนำเป็นหลัก อาจมีรสเปรี้ยวเพิ่มเติมขึ้นมาบ้างเล็กน้อยสำหรับทับทิมบางลูกที่รสชาติไม่ได้หวานมาก ซึ่งตรงจุดนี้เกลือสามารถตัดรสเปรี้ยวได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าหากว่าได้ดื่มน้ำทับทิมเย็นๆ จะยิ่งช่วยให้เกิดความสดชืนขึ้นกับร่างกายอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว ประโยชน์ของทับทิม 1. เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยในการสร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย เกิดความกระปรี้กระเปร่า สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย 2. มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดช่วยให้ผิวพรรณดี ไม่เหี่ยวย่นหรือแก่ก่อนวัยอันควร 3. ช่วยลดภาวการณ์แข็งตัวของเลือดจากการที่มีไขมันในเลือดสูงได้ดี บรรเทาอาการโรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูงได้

xslinfo-Blueberry ice cream

ไอศกรีมบลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รี่จัดว่าเป็นผลไม้ต่างประเทศอีกชนิดที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันนี้ ด้วยความที่รสชาติอันโดดเด่นบวกกับสีสันที่สวยงามทำให้นอกจากจะนำมาทานกันแบบสดๆ แล้วยังมักมีการนำบลูเบอร์รี่มาเป็นส่วนหนึ่งในการทำอาหารโดยเฉพาะของหวาน เราจึงมักเห็นว่าของหวานมากมายที่มีบลูเบอร์รี่เป็นส่วนประกอบ อาทิ เค้ก ไอศกรีม โดยเฉพาะไอศกรีมนี่ต้องบอกเลยว่าเป็นของชอบของหลายคนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่บลูเบอร์รี่จะเป็นผลไม้ที่คนไทยชื่นชอบ วัตถุดิบและขั้นตอนในการทำไอศกรีมบลูเบอร์รี่ การนำเอาบลูเบอร์รี่มาทำเป็นไอศกรีมส่วนหนึ่งก็เพราะว่าด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวบวกกับความสวยงามอย่างที่ได้กล่าวเอาไว้เบื้องต้นซึ่งปกติแล้วการทำไอศกรีมบลูเบอร์รี่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรสักเท่าไหร่นัก วัตถุดิบในการทำไอศกรีมบลูเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่สด, น้ำตาลทราย, น้ำมะนาว, เฮฟวี่ครีม, นมสด, เกลือ, กลิ่นวนิลา, ไข่แดง ขั้นตอนในการทำไอศกรีมบลูเบอร์รี่ 1.เปิดเตาใส่น้ำตั้งไฟนำน้ำตาลทราย, บลูเบอร์รี่, น้ำมะนาว ต้มเข้าด้วยกันคนจนเดือดจากนั้นก็ให้เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมทั้งหมดมีลักษณะคล้ายซอส แล้วนำเฮฟวี่ครีมไปผสมกับกลิ่นวนิลา คนให้เข้ากันพักเพื่อเตรียมไว้ 2.นมสด ครีม น้ำตาลทราย เกลือป่น ใส่ในหม้อตั้งเตาคนให้น้ำตาลละลายได้ที่ 3.นำไข่แดงตีให้พอเข้าจากนั้นเทส่วนผสมของนมที่ผสมไว้ใส่ลงไป ตีให้เข้ากัน 4.เทส่วนผสมของซอสบลูเบอร์รี่ลงไป คนให้เข้ากัน จากนั้นก็เทใส่ในเฮฟวี่ครีมที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน 5.นำพลาสติกถนอมอาหารมาคลุมไว้ จากนั้นเอาส่วนผสมต่างๆ ไปแช่แข็งในตู้เย็น 4-6 ชั่วโมง 6.จากนั้นนำไปปั่นให้ละเอียดแล้วกลับไปแช่อีกครั้งจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง รีวิวรสชาติไอศกรีมรสบลูเบอร์รี่ รสชาติแรกที่จะสัมผัสได้แน่นอนจากการทานไอศกรีมบลูเบอร์รี่ก็คือรสเปรี้ยวของบลูเบอร์รี่เอง ตามด้วยรสหวานที่มาจากน้ำตาลทราย กับบลูเบอร์รี่ผสมกันเล็กๆ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นรสชาติที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ในตัวเองอยู่ไม่น้อย …

xslinfo-Cantaloupe ice cream-s

ไอศกรีมแคนตาลูป

แคนตาลูป ผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย แม้ต้นกำเนิดที่แท้จริงจะมาจากอินเดียก่อนจะเป็นที่รู้จักจากการมีคนนำไปปลูกไว้ที่อิตาลีก็ตาม แต่ด้วยความอร่อยของผลไม้ชนิดนี้จึงเป็นที่โปรดปรานของคนทั่วโลกและคนไทยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว จากการได้รับความนิยมอย่างมากทำให้เริ่มมีการนำพันธุ์แคนตาลูปเข้ามาปลูกในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผลไม้ชนิดนี้หาทานกันได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อหาทานได้ง่ายจึงไม่แปลกที่การนำเอาวัตถุดิบดีๆ แบบนี้มาแปรรูปจึงเกิดขึ้น ไอศกรีมแคนตาลูปก็เป็นหนึ่งในการนำเอาวัตถุดิบชั้นดีมาทำให้เกิดความอร่อยมากขึ้นด้วยเช่นกัน วัตถุดิบและขั้นตอนการทำไอศกรีมแคนตาลูป การทำไอศกรีมแคนตาลูปจริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีความยากไปกว่าการทำไอศกรีมในแบบอื่นๆ เลย ลองมาดูถึงวัตถุดิบและขั้นตอนการทำว่าเป็นอย่างไรบ้าง วัตถุดิบในการทำไอศกรีมแคนตาลูป เนื้อแคนตาลูป, นมจืด, ไข่ไก่, น้ำตาล, น้ำมะนาว ขั้นตอนในการทำไอศกรีมแคนตาลูป 1.นำเนื้อแคนตาลูปที่หั่นไว้เรียบร้อยแล้วมาปั่นให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน 2.ตอกไข่ใส่ชามเพื่อเอาไว้สำหรับผสม ใสน้ำตาลแล้วตีให้ผสมเข้ากัน 3.เทน้ำใส่หม้อที่มีขนาดใหญ่กว่าชามที่ผสมเอาไว้เมื่อสักครู่นี้ จากนั้นก็ยกขึ้นตั้งไฟให้เดือด นำชามที่ผสมเอาไว้ในตอนแรกวางให้สัมผัสกับน้ำ แนะนำว่าให้ใช้ถุงมือกันความร้อนด้วยก็จะดีมาก 4.ต้มนมให้แค่พอเดือดจากนั้นก็ปิดไฟเอาลงพักไว้ 5.คนส่วนผสมที่อยู่ในชามเอาไว้ตลอดเวลา เมื่อรู้สึกว่าได้ที่แล้วก็ให้เทนมใส่ลงไปในชามดังกล่าว 6.ให้ทำการคนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเนื้อของส่วนผสมต่างๆ เข้ากับนมได้เป็นอย่างดีจากนั้นก็ให้ยกลงแล้วคนต่ออีกสักพักหนึ่งจนเย็น 7.ใสเนื้อแคนตาลูปที่ปั่นเอาไว้ในตอนแรกลงไป คนให้เข้ากันดี ใส่มะนาวลงไปนิดหน่อย 8.ปิดนำฝามาปิดแล้วแช่ตู้เย็นในช่องแช่แข็งประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำออกมาคนด้วยตะกร้อมือแล้วกลับไปแช่ไว้อีกครั้ง ทำสัก 8 รอบ จะได้ความอร่อยที่ดีมาก รีวิวไอศกรีมแคนตาลูป จริงๆ แล้วรสชาติของแคนตาลูปจะออกเป็นรสหวานไม่มากการผสมน้ำตาลกับมะนาวนิดหน่อยลงไปจะทำให้ไอศกรีมแคนตาลูปมีรสชาติหวานน้ำแต่ก็แอบซ่อนเปรี้ยวนิดๆ เพื่อให้รู้สึกได้ว่านี่คือไอศกรีมผลไม้ จัดว่าเป็นไอศกรีมที่มีความเอร็ดอร่อยอีกชนิดเลยก็ว่าได้

xslinfo-Mango sticky rice ice cream

ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วง

ขึ้นชื่อว่าเป็นคนไทยที่เกิดในแผ่นดินอันมีความอุดมสมบูรณ์เรื่องของอาหารการกินจึงเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ค่อนข้างหลากหลาย ไม่แปลกที่หลายชาติต่างก็ยกย่องให้ประเทศไทยของเราเป็นครัวของโลก เหตุผลก็คงไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการที่ประเทศเรามีวัตถุดิบในการสร้างสรรค์เมนูอาหารมากมายทั้งคาวและหวาน ซึ่งเมนูยอดนิยมที่เป็นอาหารไทยหากเป็นของคาวก็คงหนีไม่พ้นอาหารอย่าง ส้มตำ, ต้มยำกุ้ง เป็นต้น แต่ถ้าหากลองนึกถึงของหวานที่เป็นของขึ้นชื่อหนึ่งในนั้นจะต้องมี ข้าวเหนียวมะม่วง ด้วยอย่างแน่นอน รีวิวความอร่อยของไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วง จริงๆ แล้วต้องบอกก่อนว่าส่วนมากคนไทยมักจะไม่ค่อยเลือกทำไอศกรีมข้าวเหนียมมะม่วงเหมือนกับผลไม้ประเภทอื่นๆ ด้วยความที่ความอร่อยที่แท้จริงของการทำไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วงอยู่ที่การคัดสรรมะม่วงพันธุ์ดี อาทิ น้ำดอกไม้ อกร่อง มันเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย ที่สำคัญในช่วงเวลาที่ออกมาก็ราคาแรงอยู่ใช่ย่อยดังนั้นคนไทยส่วนใหญ่จึงนิยมเลือกที่จะหาซื้อทานมากกว่า อีกอย่างก็คือการมูนข้าวเหนียวมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยด้วยซ้ำ ทุกวันนี้หากว่ากันตามความเป็นจริงเมื่อถึงหน้าเทศกาลของข้าวเหนียวมะม่วงก็มักจะมีร้านไอศกรีมเจ้าดังหลายร้านทำเมนูนี้ออกมาล่อตาล่อใจกลุ่มลูกค้า ซึ่งก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างสม่ำเสมอด้วย อย่างไรก็ตามหากใครอยากรู้วิธีทำเพื่อนำไปลองปฏิบัติเองเดี๋ยวช่วงท้ายจะแนะนำกันด้วย มาว่ากันที่เรื่องของความอร่อยของไอศกรีมมะม่วงต้องบอกเลยว่ายิ่งได้มะม่วงที่หวานฉ่ำมากเท่าไหร่ความอร่อยก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งรสชาติที่เราจะได้ก็เป็นการผสมผสานระหว่างความหวานกับความมันตัดเลี่ยนด้วยการทานข้าวเหนียวมูนหอมๆ หวานๆ คู่กันไปด้วย ถือเป็นของโปรดของคนจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว วัตถุดิบและขั้นตอนในการทำไอศกรีมมะม่วง มะม่วงอกร่อง / น้ำดอกไม้ หรือมะม่วงสุกที่มีรสหวาน, วิปปิ้งครีม, น้ำตาลทราย, นมข้นหวาน, ขั้นตอนการทำ 1.นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงไปในเครื่องปั่นจากนั้นก็ทำการปั่นจนมีเนื้อที่เนียนละเอียด 2.ชิมรสชาติให้ดีหากยังไม่พอใจหรือชอบรสชาติในแบบไหนก็ใส่เพิ่มเติมเข้าไปได้ 3.เมื่อได้รสชาติที่ดีก็เทใส่กล่องที่มีฝา ปิดให้เรียบร้อยแล้วแช่ตู้เย็นช่องแข็ง 2 ชั่วโมง 4.นำออกมาปั่นอีกรอบแล้วนำกลับไปแช่อีก 2 ชั่วโมง ทำแบบนี้ 2 ครั้ง เมื่อทำครั้งสุดท้ายก็ให้แช่ค้างคืนเอาไว้ …

xslinfo-Corn ice cream-s

ไอศกรีมข้าวโพด

หากให้ลองนึกถึงผลไม้ไทยๆ อันเป็นที่ถูกอกถูกใจคนไทยมาอย่างช้านานหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นข้าวโพดอย่างแน่นอน นี่คือ ผลไม้ไทยที่อยู่ในข่ายสามารถหาทานได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เดินไปตามตลาดหรือแม้แต่มีรถวิ่งขายผ่านก็สามารถหาซื้อทานกันได้แล้ว ที่สำคัญข้าวโพดยังสามารถนำมาแปรเปลี่ยนเป็นเมนูอาหารได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน แต่สำหรับเมืองไทยที่มีอากาศร้อนเกือบตลอดทั้งปี การนำข้าวโพดมาเปลี่ยนเปลี่ยนรูปร่างให้เป็นไอศกรีมคงเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว วัตถุดิบและขั้นตอนการทำไอศกรีมข้าวโพด อย่างไรก็ตามต้องบอกก่อนว่าการทำไอศกรีมข้าวโพดสามารถเลือกทำได้ด้วยวิธีการที่หลากหลายขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนว่าอยากนำข้าวโพดมาแปรเปลี่ยนเป็นไอศกรีมลักษณะใด สำหรับตอนนี้จึงอยากนำเสนอในการนำเอาข้าวโพดมาทำเป็นไอศกรีมแบบถ้วยแสนอร่อยรับรองว่าโดนใจอย่างแน่นอน วัตถุดิบในการทำไอศกรีมข้าวโพด ข้าวโพด, น้ำตาลทราย, นมจืด, วิปปิ้งครีม, ไข่แดง, เกลือป่น ขั้นตอนในการทำไอศกรีมข้าวโพด 1.ต้มข้าวโพดเหลืองจนสุกจากนั้นก็ทำการฝานให้เป็นแผ่นบางๆ ใส่ถ้วยรอเอาไว้ 2.เอาไข่แดงที่เตรียมไว้ตีจนฟู 3.เอานมจืดขึ้นตั้งไฟระดับปานกลางจนเดือด จุดนี้สำคัญคือต้องพยายามคนบ่อยๆ เพื่อไม่ให้เกิดการไหม้บริเวณก้นหม้อ 4.นำไข่แดง วิปปิ้งครีม น้ำตาล และเกลือใส่ลงไปด้วยกันจากนั้นก็คนให้ละลายตั้งไฟให้เดือด 5.เมื่อคนส่วนผสมก่อนหน้านี้จนได้ที่แล้วก็ใส่ข้าวโพดลงไป คนให้เข้ากันอีกรอบ จากนั้นก็ยกลงรอให้เย็น 6.นำเอาส่วนผสมทั้งหมดเทลงกล่องพลาสติก จากนั้นก็เอามาแช่ตู้เย็นไว้ในช่องแช่แข็งประมาณ 5 ชั่วโมง 7.เมื่อได้ที่ก็นำเอาไปใส่ในเครื่องปั่นไอศกรีม ปั่นให้กลายเป็นไอศกรีม จากนั้นก็เทกลับใส่กล่องพลาสติกอีกครั้ง 8.นำเข้าตู้เย็นที่ช่องแช่แข็งอีกครั้งจนไอศกรีมแข็งตัว เมื่อแข็งตัวก็สามารถตักมาทานได้เลย รีวิวรสชาติไอศกรีมข้าวโพด การเลือกทานไอศกรีมข้าวโพดในลักษณะนี้จะได้สัมผัสถึงความหอม มัน ของส่วนผสมต่างๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ส่วนรสชาติของตัวข้าวโพดเองที่ออกหวานก็จะช่วยส่งให้ไอศกรีมมีความหวานมากขึ้นกว่าเดิมด้วย จัดว่าเป็นขนมที่สามารถนำมาทานในช่วงเวลาอากาศร้อนได้เป็นอย่างดี ประโยชน์ของข้าวโพด 1.มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยให้ผิวพรรณมีความสดใส่ …