xslinfo-Apple juice

น้ำแอปเปิ้ล

หากใครที่กำลังมองหาผลไม้เพื่อลดความอ้วนแล้วแอปเปิ้ลคือ หนึ่งในผลไม้ที่คุณกำลังตามหาอย่างแน่นอน จะสังเกตได้ว่าเวลาที่มีใครพูดถึงเรื่องของการลดน้ำหนักการแนะนำในเรื่องการทานอาหารก็มักจะมีแอปเปิ้ลเข้าไปเป็นส่วนเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ว่าเจ้าผลไม้ชนิดนี้อาจไม่ใช่ผลไม้ไทยแท้ๆ แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็นิยมทานกันอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ลแดงหรือแอปเปิ้ลเขียว แม้ว่ารสชาติของแอปเปิ้ลทั้ง 2 สายพันธุ์นี้จะต่างกันไปบ้างแต่โดยรวมแล้วก็ต้องถือว่าให้ความอร่อยได้ดีเลยทีเดียว วัตถุดิบและขั้นตอนในการทำน้ำแอปเปิ้ล ต้องบอกก่อนว่าทั้งแอปเปิ้ลแดงกับแอปเปิ้ลเขียวให้รสชาติที่ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับความชื่นชอบหรือความต้องการของแต่ละคนว่าอยากได้รสชาติของน้ำแอปเปิ้ลในแบบใดแต่วัตถุดิบและขั้นตอนในการทำน้ำแอปเปิ้ลก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากสักเท่าไหร่นัก วัตถุดิบในการทำน้ำแอปเปิ้ล แอปเปิ้ลสุก, น้ำเปล่า, น้ำตาลทราย, เกลือ ขั้นตอนในการทำน้ำแอปเปิ้ล 1.นำผลแอปเปิ้ลมาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย จากนั้นก็ทำการหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 2.ต้มน้ำให้เดือด นำเนื้อแอปเปิ้ลที่หั่นเอาไว้แล้วมาใส่ลงไปในน้ำที่กำลังเดือดจัด ต้มจนเนื้อแอปเปิ้ลเริ่มเปื่อยก็ให้ยีน้ำแอปเปิ้ลจนละเอียด 3.เมื่อยีจนได้ที่แล้วก็ให้ผสมน้ำตาลทรายกับเกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นก็ต้มให้เดือดอีกครั้งคนให้ส่วนผสมต่างๆ เข้ากันจนได้ที่ แล้วยกลงพักไว้ให้หายร้อน 4.สามารถเลือกทานด้วยวิธีการใส่น้ำแข็งหรือเอาไปแช่ตู้เย็นให้เย็นก็ได้เช่นเดียวกัน รีวิวรสชาติของน้ำแอปเปิ้ล อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ในตอนต้นว่ารสชาติของน้ำแอปเปิ้ลจริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับแอปเปิ้ลที่เลือกใช้ด้วยว่าเป็นแบบใด ถ้าหากเป็นแอปเปิ้ลแดงรสชาติที่ได้ก็จะมีความหวานนำแล้วตามด้วยรสเปรี้ยวนิดๆ แต่ถ้าหากเป็นแอปเปิ้ลเขียวรสชาติที่ได้ก็จะเป็นรสเปรี้ยวนำตามด้วยความหวานผสมผสานกันระหว่างรสของแอปเปิ้ลกับน้ำตาลซึ่งก็ให้รสชาติที่ดีไปอีกแบบหนึ่ง ประโยชน์ของแอปเปิ้ล 1.ช่วยในการลดน้ำหนักได้ดีเหตุเพราะเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อยแต่ให้ความอิ่มได้ดีเนื่องจากมีน้ำตาลฟรักโทสที่ให้ความหวานแตกต่างกับความหวานชนิดอื่นๆ ไม่ก่อให้เกิดความอ้วน 2.มีวิตามินกับเกลือแร่ที่มีประโยชน์มากมาย ช่วยในเรื่องของการย่อยโปรตีนและไขมันได้เป็นอย่างดี 3.มีสรรพคุณในการบำรุงปอด ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งและโรคเกี่ยวกับปอด

xslinfo-Pineapple juice

น้ำสับปะรด

สับปะรดจัดว่าเป็นผลไม้ที่สามารถนำมาทานได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการนำมาเป็นส่วนผสมของอาหารคาว อาหารหวาน หรือการทานเป็นผลไม้ก็ให้รสชาติที่มีความเอร็ดอร่อยได้อย่างดี นอกจากนี้น้ำสับปะรดก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เหตุเพราะรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวบวกกับความอร่อยของเครื่องปรุงต่างๆ ในการนำมาทำสับปะรดจึงเป็นผลไม้ที่คนทั่วโลกให้ความนิยมมาโดยตลอด ซึ่งคนไทยส่วนมากก็นิยมทานสับปะรดทั้งในรูปแบบอาหาร ผลไม้ หรือน้ำผลไม้ไม่น้อยเหมือนกัน วัตถุดิบ และขั้นตอนการทำน้ำสับปะรด อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่าสับปะรดในบ้านเราก็มีหลากหลายสายพันธุ์แม้ว่ารสชาติหลักของสับปะรดจะให้ความเปรี้ยวนำหวานตามแต่ด้วยสายพันธุ์ที่มีความแตกต่างกันก็ทำให้รสชาติของน้ำสับปะรดแตกต่างกันตามไปด้วย วัตถุดิบที่ใช้ในการทำน้ำสับปะรด สับปะรด, น้ำเปล่า, น้ำตาลทราย,เกลือ ขั้นตอนในการทำน้ำสับปะรด 1.ปอกเปลือกสับปะรดให้เรียบร้อยแล้วแล้วนำสับปะรดไปล้างน้ำให้สะอาดก่อนรอบหนึ่ง 2.หั่นสับปะรดเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อที่ว่าเวลานำไปคั้นน้ำของสับปะรดจะได้ออกมาอย่างเต็มที่ 3.ทำการคั้นน้ำสับปะรดซึ่งตรงจุดนี้มีวิธีการทำได้หลายรูปแบบ บางคนก็ใช้การกดเนื้อสับปะรดลงไปบนเครื่องคั้นน้ำผลไม้ บางคนเลือกใช้วิธีบ้านๆ ด้วยการบีบลงบนผ้าขาวบางก็แล้วแต่เลือกได้เลย 4.ต้มน้ำเปล่าให้เดือดใส่น้ำตาลทรายลงไปเพื่อเป็นน้ำเชื่อม จากนั้นก็เติมเกลือลงไปเล็กน้อย 5.เมื่อน้ำเดือดจนได้ที่ก็ให้ใส่น้ำสับปะรดที่คั้นเอาไว้ก่อนหน้าที่ลงไปรอให้เดือดอีกรอบแล้วค่อยยกลง 6.พักให้เย็นจากนั้นก็อาจแช่ตู้เย็นหรือใส่น้ำแข็งทานก็ให้ความอร่อยได้เหมือนๆ กัน รีวิวรสชาติน้ำสับปะรด รสชาติของน้ำสับปะรดหากไม่ได้มีการปรุงแต่งใดๆ มากเกินไปนักจะรู้สึกได้ถึงความเปรี้ยวที่เป็นจุดเด่นนำมาแต่ไกลแต่ความเปรี้ยวที่ว่านี้จะถูกเจือจางด้วยเกลือทำให้ไม่ได้เปรี้ยวแหลมจนไม่อร่อย ตัดด้วยความหวานจากน้ำตาลยิ่งได้ทานแบบเย็นๆ ชื่นใจด้วยแล้วยิ่งทำให้ความอร่อยทวีคูณเข้าไปอีกหลายเท่าตัว ประโยชน์ของสับปะรด 1.เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่างๆ ให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื่อโรคต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น 2.ช่วยดูแลในส่วนของสุขภาพเกี่ยวกับช่องปากได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงเรื่องของโรคเกี่ยวกับเหงือกและช่องปากด้วย 3.ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือดรวมไปถึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาตได้อีกด้วยเหตุเพราะ เอนไซม์บรอมีเลนที่อยู่ในสับปะรดช่วยลดปัญหาการเกาะกันของลิ่มเลือด

xslinfo-Orange juice

น้ำส้มคั้น

น้ำส้มคั้นจัดได้ว่าเป็นน้ำผลไม้ที่มีได้รับความนิยมที่สุดบนโลกใบนี้เลยก็ว่าได้ เชื่อเหลือเกินว่าตั้งแต่เกิดมาคงไม่มีใครไม่เคยดื่มน้ำส้มคั้นกันอย่างแน่นอน ด้วยกรรมวิธีการทำที่ไม่ยากทุกคนสามารถทำเพื่อดื่มเองที่บ้านได้ บวกกับรสชาติความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้น้ำส้มคั้นเปรียบได้กับน้ำที่เป็นตัวแทนของคนรักสุขภาพอีกส่วนหนึ่งก็ไม่ปาน ซึ่งรสชาติที่โดดเด่นของน้ำส้มคั้นนี่เองที่ทำให้หลายคนต่างก็ชอบอกชอบใจกันมานักต่อนักแล้ว วัตถุดิบและขั้นตอนในการทำน้ำส้มคั้น ด้วยความที่น้ำส้มคั้นเป็นน้ำผลไม้ที่สามารถทำได้โดยง่าย วัตถุดิบที่ใช้ในการทำก็ไม่ได้ยุ่งยากแต่ประเด็นหลักจะอยู่ที่การเลือกส้มมาใช้ในการทำ หากได้ส้มที่มีรสชาติดีก็จะยิ่งทำให้น้ำส้มคั้นมีรสชาติที่ออกมาดีตามไปด้วย วัตถุดิบในการทำน้ำส้มคั้น ส้มเขียวหวาน / ส้มสายน้ำผึ้ง หรือส้มสายพันธุ์อื่นๆ ตามที่เห็นสมควร, เกลือ ขั้นตอนในการทำน้ำส้มคั้น 1.ล้างเปลือกด้านนอกของส้มให้สะอาดแนะนำว่าสามารถนำส้มไปแช่น้ำเกลือก่อนได้เพื่อให้ความขมที่ติดมากับเปลือกส้มออกไปเวลาคั้นจะได้ไม่มีรสของความขมหลงเหลืออยู่ 2.ผ่าครึ่งลูกส้มออกเป็น 2 ส่วนในขนาดที่เท่าๆ กัน 3.การคั้นจริงๆ แล้วสามารถเลือกวิธีการคั้นได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับความถนัดหรืออุปกรณ์ในการใช้งานของแต่ละคน บางคนเลือกคั้นด้วยมือก็ให้ค่อยๆ กดส้มลงไปที่อุปกรณ์การคั้นแล้วบิดเบาๆ อย่ากดแรงเกินไปเพราะจะทำให้ติดความขมได้ ส่วนคนที่ใช้เครื่องคั้นก็ให้ใส่ส้มที่ผ่าครึ่งลงไปจากนั้นก็ค่อยๆ ดันเครื่องคั้นเพื่อให้น้ำส้มออกมาแต่ก็อย่าดันแรงจนเกินไปเพราะจะทำให้เกิดความขมด้วยเช่นเดียวกัน 4.เมื่อได้น้ำส้มในปริมาณที่ต้องการแล้วก็ให้ผสมเกลือลงไปติดหน่อยเพื่อตัดความเปรี้ยวของส้ม 5.นำไปแช่ตู้เย็นหรือใส่น้ำแข็งตามใจชอบก็สามารถทานได้แบบชื่นใจแล้ว รีวิวรสชาติของน้ำส้มคั้น น้ำส้มคั้นที่ดีต้องไม่ใช่รสชาติที่แสดงออกถึงความเปรี้ยวจนไม่รับรู้รสชาติอื่นๆ เลย จริงๆ แล้วน้ำส้มคั้นที่อร่อยจะต้องมีรสชาติเปรี้ยวผสมกับหวานของส้มที่ลงตัวตัดให้มีรสชาติเค็มนิดหน่อยจากเกลือที่ใส่เข้าไปเพื่อตัดรสความเปรี้ยว หากได้รสชาติแบบนี้ยิ่งแช่เย็นยิ่งทำให้น้ำส้มคั้นมีความอร่อยมากกว่าที่เคยด้วย ซึ่งตรงจุดนี้อย่างที่กล่าวไปว่ามันขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของส้มที่เลือกนำมาใช้ด้วยว่าเป็นส้มสายพันธุ์ไหน มีรสชาติแบบใด เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้รสชาติของน้ำส้มคั้นเป็นไปตามที่ต้องการ

xslinfo-guava Juice-s

น้ำฝรั่ง

ฝรั่งถือเป็นผลไม้อีกชนิดที่คนไทยค่อนข้างให้ความนิยมในการนำมาทานอย่างมาก เนื่องด้วยความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของฝรั่งที่ทานแล้วจะกรอบ อร่อย บวกกับยิ่งบางคนได้จิ้มกับพริกเกลือยิ่งทำให้อร่อยมากขึ้นอีก ที่สำคัญยังเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย จึงไม่แปลกที่คนทั่วไปก็มักจะนิยมทานฝรั่งกันเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามนอกจากการทานเป็นลูกๆ หรือหั่นเป็นชิ้นแล้วก็ยังมีการนิยมเอาฝรั่งมาทำเป็นน้ำผลไม้อย่างน้ำฝรั่งด้วยเช่นเดียวกัน วัตถุดิบและขั้นตอนในการทำน้ำฝรั่ง การทำน้ำฝรั่งไม่ใช่เรื่องยากแต่ประเด็นสำคัญคืออย่าเลือกใช้ฝรั่งที่สุกจนเกินไปเพราะจะทำให้เละ กลิ่นไม่หอม รวมถึงอาจทำให้รสชาติเปลี่ยนไปจากที่ควรจะเป็นด้วย วัตถุดิบในการทำน้ำฝรั่ง ฝรั่งสด, น้ำเปล่า, น้ำเชื่อม, เกลือ ขั้นตอนในการทำน้ำฝรั่ง 1.นำฝรั่งมาล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นก็ให้ฝานเอาเฉพาะเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อเหมาะแก่การนำไปปั่น 2.นำเนื้อฝรั่งที่ได้ไปเข้าเครื่องปั่นจากนั้นก็ปั่นให้ละเอียดจนเป็นน้ำกับเนื้อยุ่ยๆ 3.เอาผ้าขาวบางวางไว้กับแก้วแล้วเทน้ำฝรั่งที่ปั่นเอาไว้ใส่แล้วเพื่อเป็นการแยกระหว่างน้ำกับเนื้อออกจากกัน 4.นำน้ำเชื่อมที่ได้จากการเอาน้ำตาลมาเคี่ยวกับน้ำเปล่าใส่ลงไปจากนั้นก็ใส่เกลือลงไปเล็กน้อยเพื่อให้เกิดรสชาติที่อร่อยยิ่งขึ้นกว่าเดิม 5.แนะนำว่าให้แช่เย็นหรือใส่น้ำแข็งแล้วทานจะทำให้น้ำฝรั่งมีรสชาติอร่อยยิ่งขึ้นกว่าเดิมเลยทีเดียว รีวิวรสชาติของน้ำฝรั่ง น้ำฝรั่งจะมีรสชาติที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากเหมือนกับผลไม้หลายๆ ชนิด ดังนั้นความอร่อยหลักๆ ของน้ำฝรั่งจะมาจากความหวานของน้ำเชื่อมและรสเปรี้ยวนิดๆ ของตัวเนื้อฝรั่งเอง บวกกับการเอาเกลือที่ตัดรสเปรี้ยวตรงนี้ทำให้รสเปรี้ยวที่ว่าจะไม่ได้เปรี้ยวมากจนเกินไป ให้ความสดชื่นมากๆ เวลาดื่มโดยเฉพาะตอนที่น้ำฝรั่งเย็นๆ จะช่วยให้เกิดความสดชื่นเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ประโยชน์ของฝรั่ง 1.สารต้านอนุมูลอิสระในฝรั่งช่วยในป้องกันในเรื่องของความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ดีมากๆ อาทิ มะเร็งในช่องท้อง, มะเร็งหลอดอาหาร, มะเร็งกล่องเสียง, มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งในช่องปาก เป็นต้น 2.ช่วยเพิ่มระดับไขมันดีในร่างกายแทนที่ไขมันไม่ดีอย่างคลอเรสเตอรอล นั่นหมายถึงการทานฝรั่งมากๆ ช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย 3.วิตามินซีจากฝรั่งช่วยในเรื่องของการบำรุงหัวใจได้เป็นอย่างดี ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานเป็นปกติ สุขภาพของหัวใจสมบูรณ์ 4.แร่ธาตุต่างๆ …

xslinfo-pomegranate juice

น้ำทับทิม

หากใครได้มีโอกาสไปเดินตามย่านเยาวราชหรือตามท้องถนนที่เป็นแหล่งขายสินค้าเยอะๆ เรามักจะเห็นร้านรถเข็นธรรมดาไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่นักทว่าสิ่งที่เขาขายกันอยู่ก็คือ น้ำทับทิม แม้บางคนจะบอกว่ามีราคาค่อนข้างสูงไปหน่อยแต่หากว่าได้ลิ้มลองแล้วต่างก็ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยอย่างไม่มีคำบรรยาย อย่างไรก็ดีไม่ได้หมายความว่าการจะดื่มน้ำทับทิมให้อร่อยต้องไปเดินหาซื้อตามท้องถนนอย่างที่บอกเอาไว้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เราสามารถที่จะทำเองได้โดยไม่ได้มีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนอะไรเลยแม้แต่น้อย เผลอๆ ให้ความอร่อยได้มากกว่าด้วยซ้ำ วัตถุดิบและขั้นตอนการทำน้ำทับทิม ด้วยความที่ทับทิมเป็นผลไม้อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั่นทำให้การเตรียมวัตถุดิบในการทำน้ำทับทิมจึงไม่ได้มีอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อนเกินไปนัก ยิ่งถ้าหากไดทับทิมที่มีรสชาติหวานอร่อยเผลอๆ แค่มีเนื้อทับทิมอย่างเดียวก็เกินพอแล้ว วัตถุดิบที่ใช้ในการทำน้ำทับทิม ทับทิม, เกลือ ขั้นตอนการทำน้ำทับทิม 1.นำทับทิมมาผ่าครึ่งเพื่อให้เป็นเม็ดด้านใน 2.แกะเอาเม็ดด้านในออกมาให้หมดใส่ไว้บนชามรองของเครื่องปั่นน้ำผลไม้ ซึ่งวิธีแกะก็มีด้วยกันหลากหลายอาจเลือกใช้การเคาะเพื่อให้เมล็ดออกมาหรือใช้มือแกะเพื่อให้เมล็ดออกมาก็ได้เช่นเดียวกัน 3.เมื่อแกะเม็ดด้านในออกมาใส่ชามรองของเครื่องปั่นน้ำผลไม้เรียบร้อยจากนั้นก็ให้ใช้ตัวคั้นค่อยๆ กดเม็ดให้น้ำทับทิมไหลออกมาสู่ภาชนะด้านล่าง 4.เมื่อกดจนน้ำทับทิมออกมาหมดแล้วจริงๆ หากเป็นทับทิมที่มีรสชาติดีก็สามารถดื่มได้เลยแต่ถ้าหากออกเปรี้ยวก็ให้ตัดด้วยเกลือใส่ลงไปนิดหน่อยเท่านี้ก็จะทำให้น้ำทับทิมมีรสชาติอร่อยขึ้นกว่าเดิมอีกเยอะ 5.นำไปแช่ตู้เย็นหรือใส่น้ำแข็งเท่านี้ก็สามารถดื่มน้ำทับทิมเย็นๆ ได้อย่างสบายใจแล้ว รีวิวรสชาติของน้ำทับทิม จริงๆ แล้วน้ำทับทิมแท้ๆ ที่ไม่ได้มีการผสมสิ่งใดทั้งสิ้นจะมีรสชาติหวานนำเป็นหลัก อาจมีรสเปรี้ยวเพิ่มเติมขึ้นมาบ้างเล็กน้อยสำหรับทับทิมบางลูกที่รสชาติไม่ได้หวานมาก ซึ่งตรงจุดนี้เกลือสามารถตัดรสเปรี้ยวได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าหากว่าได้ดื่มน้ำทับทิมเย็นๆ จะยิ่งช่วยให้เกิดความสดชืนขึ้นกับร่างกายอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว ประโยชน์ของทับทิม 1. เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยในการสร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย เกิดความกระปรี้กระเปร่า สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย 2. มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดช่วยให้ผิวพรรณดี ไม่เหี่ยวย่นหรือแก่ก่อนวัยอันควร 3. ช่วยลดภาวการณ์แข็งตัวของเลือดจากการที่มีไขมันในเลือดสูงได้ดี บรรเทาอาการโรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูงได้