xslinfo-Dried thyme

อินทผลัมอบแห้ง

หากเอ่ยชื่อของอินทผลัมหลายคนอาจไม่ค่อยรู้จักกับผลไม้ชนิดนี้สักเท่าไหร่นัก หรือบางคนอาจคุ้นชินบางเล็กน้อยแต่ก็ไม่เคยได้เห็นหรือได้ทานเลยก็มี สาเหตุมันก็มาจากการที่ผลไม้ชนิดนี้เป็นผลไม้ที่ไม่ได้กำเนิดขึ้นมาในเมืองไทย อีกทั้งทุกวันนี้เมืองไทยเองยังปลูกผลไม้ชนิดนี้ได้น้อยเหตุเพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อนชื้นแต่อินทผลัมจะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่เขตร้อนหรือเขตทะเลทราย จึงจำเป็นต้องนำเข้ามาจากประเทศที่เขาผลิตได้มากทางแถบตะวันออกกลาง ทำให้มีราคาค่อนข้างสูง ส่วนการนำเข้ามานั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายทั้งการนำเข้ามาแบบสดๆ หรือผ่านการแปรรูปมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รู้จักกับอินทผลัมอบแห้ง อย่างที่กล่าวเอาไว้ในตอนต้นว่าจริงๆ แล้วประเทศไทยเลือกที่จะนำเข้ามาทั้งอินทผลัมแบบสดกับแบบที่แปรรูปแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้หากต้องการหาซื้ออินทผลัมอบแห้งก็สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดที่มีขายแต่หากใครที่ไม่สามารถหาแบบอบแห้งได้แต่สามารถหาได้แบบสดๆ แทนก็ไม่ใช่เรื่องยากในการที่จะนำผลไม้ชนิดนี้มาทำการอบแห้ง เนื่องจากลักษณะของผลไม้ก็ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่เอามาอบแห้งมากนัก ขั้นตอนการทำอินทผลัมอบแห้ง 1.เลือกผลอินทผลัมที่มีความสุกกำลังดีเพื่อให้รสชาติเวลาอบแห้งจะได้มีรสชาติดีตามไปด้วย 2.นำอินทผลัมไปล้างให้สะอาดดูว่าไม่มีร่องรอยของสิ่งสกปรกใดๆ เหลืออยู่ 3.ไม่จำเป็นต้องผ่าหรือทำอะไรทั้งสิ้นสามารถนำอินทผลัมที่ล้างน้ำสะอาดแล้วมาผ่านกระบวนการอบแห้งได้เลยด้วยการใช้เตาอบที่อุณหภูมิราว 130-160 องศาฟาเรนไฮต์ เกลี่ยให้ลูกอินทผลัมกระจายไปทั่วภาชนะเพื่อให้เวลาอบแล้วจะได้สุกเท่าๆ กัน ไม่ชื้นหรือแห้งจนเกินไปในบางลูก 4.นำเข้าเตาอบแต่อย่าลืมที่จะเอามาเปิดดูทุก 2 ชั่วโมงแล้วกลับด้านเพื่อให้เกิดความแห้งที่เสมอกัน 5.เมื่อทำจนได้ที่ก็ให้นำอินทผลัมออกจากเตาเท่านี้ก็จะได้อินทผลัมอบแห้งแบบง่ายๆ แล้ว รีวิวรสชาติของอินทผลัมอบแห้ง รสชาติที่แท้จริงของอินทผลัมก็จะมีความหวานอยู่ในตัวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อมีการนำมาอบแห้งความหวานในตัวของอินทผลัมก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นมาอีก ทำให้รสชาติที่จะได้ก็จะยิ่งมีความหวานเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม แถมด้วยเป็นวิธีการแปรรูปอาหารด้วยการอบแห้งมันยิ่งทำให้สามารถทานได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิมด้วย หากใครที่เคยลองทานอินทผลัมทั้งแบบสดๆ และแบบอบแห้งก็จะรู้ว่าจริงๆ แล้วรสชาติไม่ได้มีความแตกต่างกันมากนักขึ้นอยู่กับความชื่นชอบและการซื้อหามาได้ของแต่ละคนว่าจะเลือกแบบไหนมากกว่า

xslinfo-Mango

มะม่วงหยี

ผลไม้ชนิดหนึ่งที่คนไทยคุ้นชินกันมากที่สุดแถมมีสายพันธุ์เยอะเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทยก็ว่าได้นั่นคือ มะม่วง ด้วยความที่นี่เป็นผลไม้ที่ทุกบ้านสามารถปลูกได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องให้ชาวสวนเป็นผู้ปลูกเพื่อขายอย่างเดียว ทำให้มะม่วงเป็นผลไม้ที่หาทานได้ง่าย ออกผลได้เร็ว มีรสชาติอร่อยตามสายพันธุ์ที่แตกต่างกันออกไป ด้วยความที่ออกผลเร็ว และบ่อยครั้งจึงไม่แปลกที่ปัญหาของการเก็บมะม่วงเอาไว้นานอย่างหนึ่งก็คือมันเกิดการเน่าทำให้ต้องทิ้งมะม่วงลูกนั้นไป จากสาเหตุที่ว่านี้จึงทำให้หลายคนพยายามเลือกเอาวิธีการแปรรูปอาหารวิธีใดวิธีหนึ่งมาเป็นตัวช่วยให้มะม่วงไม่เน่าเสีย หนึ่งในวิธีการแปรรูปในการนำมะม่วงมาทำก็คือ การทำมะม่วงหยี ขั้นตอนการทำมะม่วงหยี เหนือสิ่งอื่นใดก่อนจะทำมะม่วงหยีได้เราต้องรู้ก่อนว่ามะม่วงที่เราเลือกมานั้นเป็นมะม่วงประเภทใด สายพันธุ์อะไร โดยส่วนใหญ่แล้วจะต้องเลือกมะม่วงที่สุกเหลือง ซึ่งรสชาติมันก็อาจไม่ได้เหมือนกันทุกลูกทุกพันธุ์ อาทิ น้ำดอกไม้ก็จะหวานอร่อยหากสุกจัด, มะม่วงแก้วจะออกเปรี้ยวหน่อยๆ แม้ว่าจะสุกแล้วก็ตาม เป็นต้น ซึ่งตรงจุดนี้จะทำให้รสชาติของมะม่วงหยีต่างกันด้วย ก็ลองเลือกมาว่าชื่นชอบรสชาติแบบไหนมากกว่ากันส่วนขั้นตอนการทำมะม่วงหยีสามารถทำได้ ดังนี้ 1.นำมะม่วงสุกที่ต้องการจะทำมาปอกเปลือกให้เหลือแต่เนื้อข้างใน 2.หั่นมะม่วงออกให้เป็นชิ้นยาวๆ พอดีคำที่เราจะสามารถทานได้ในทันทีไม่ต้องยาวหรือสั้นมากจนเกินไป 3.หม้อตั้งไฟใส่น้ำลงไป ใส่น้ำตาลทราย เกลือ แล้วใส่มะม่วงที่หั่นเรียบร้อยแล้วลงไป ใช้เวลาในการเชื่อมราวๆ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่ามะม่วงสายพันธุ์นั้นหวานขนาดไหน หากหวานอยู่แล้วก็อาจเชื่อมแค่ไม่นานก็เพียงพอแล้ว 4.เมื่อเชื่อมจนได้ที่ก็ตักออกแล้วนำมาเทใส่ถาดเพื่อเข้าสู่กระบวนการการอบ 5.นำมะม่วงเข้าตู้อบซึ่งก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการของแต่ละคนว่าใช้เตาอบแบบไหน หากเป็นเตาอบทั่วๆ ไปก็อาจใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมง ก็เพียงพอ 6.เมื่ออบจนแห้งได้ที่ก็นำออกมาคลุกเกลือ น้ำตาล บางคนอาจผสมพริกป่นไปด้วยก็ไม่ใช่ปัญหา …

xslinfo-Fried Durian

ทุเรียนทอด

หนึ่งในผลไม้ไทยที่ขึ้นชื่อ มีชื่อเสียงโด่งดัง เรียกว่าเป็นราชาผลไม้ก็ไม่ปานนั่นคือ ทุเรียน นี่คือผลไม้ที่ต้องบอกว่าในปีๆ หนึ่งจะออกผลมาเพียงแค่ไม่กี่เดือนแต่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นที่ต้องการของคนจำนวนมาก บางคนถึงขนาดว่าเวลาถึงหน้าทุเรียนเมื่อไหร่จะต้องมีทุเรียนติดบ้านเอาไว้อย่างไม่ขาดกันเลยทีเดียว เพราะกลิ่นที่หอมหวนบวกกับรสชาติที่หวานอร่อย หลายคนมักติดอกติดใจทุเรียนสายพันธุ์ต่างๆ ที่มีในประเทศไทยกันไม่น้อย สาเหตุที่มีการนำทุเรียนมาทอด ผลไม้ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามอย่าลืมว่าด้วยความที่มันเป็นของสดอายุของการทานจะน้อย เมื่อเป็นเช่นนี้การนำเอาทุเรียนบางลูกที่อาจไม่ได้สวยงามมาแปรรูปให้กลายเป็นอาหารอีกประเภทหนึ่งก็นับว่านี่คือผลดีไม่น้อย การทำทุเรียนทอดจึงกลายเป็นการนำทุเรียนมาถนอมอาหารที่ดีที่สุดอีกวิธีหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วการทำทุเรียนทอดมักจะเลือกทำเป็นอุตสาหกรรมมากกว่าจะทำเพื่อแค่เอาไว้ทานในครอบครัว เพราะฉะนั้นการทำจึงจำเป็นต้องใช้ความชำนาญพร้อมเครื่องมือเครื่องไม้ไม่น้อยเลยทีเดียว ขั้นตอนการทำทุเรียนทอด 1.เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกทุเรียนที่จะนำมาใช้ทำทุเรียนทอด จะต้องเป็นทุเรียนที่ยังไม่สุกที่สำคัญส่วนมากมักเลือกทุเรียนพันธุ์หมอนทองเนื่องจากมีเนื้อค่อนข้างเยอะ และมีความแข็งมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ 2.เมื่อได้ทุเรียนตามที่ต้องการก็เอามาผ่าออกเพื่อใช้เนื้อทุเรียน ซึ่งตรงนี้ก็สามารถใช้ได้ทั้งแรงงานมือคนหรือว่าจะใช้เครื่องผ่าก็ได้เหมือนๆ กัน 3.นำเอาเนื้อทุเรียนที่ได้มาทำการสไลด์ให้เป็นแผ่นบางๆ ซึ่งก็อย่างที่กล่าวเอาไว้ว่าส่วนมากแล้วการทำทุเรียนทอดมักทำเป็นอุตสาหกรรมหรือธุรกิจในครัวเรือนมากกว่าการทำเพื่อทานเพียงอย่างเดียว ตรงจุดนี้จึงนิยมใช้เครื่องสไลด์เพื่อให้เนื้อทุเรียนมีแผ่นที่บาง 4.ตั้งกระทะที่จะทอดให้ร้อน ใส่น้ำมันให้ท่วม เปิดไฟแรง เมื่อร้อนได้ที่ก็ใส่เนื้อทุเรียนที่สไลด์เป็นชิ้นบางๆ ลงไป ไม่ต้องคนแต่เอากระชอนแตะไปเรื่อยๆ เพื่อให้ชิ้นของทุเรียนเหยียดตรง ใช้เวลาทอดราว 5 นาที จากนั้นก็ขึ้นพักเอาไว้ 5.เมื่อหายร้อนก็อาจนำไปคัดไซส์ตามขนาดแล้วโรยเกลือและเข้าเตาอบอีกราว 1 ชั่วโมง ก็จะทานได้แล้ว รีวิวรสชาติทุเรียนทอด ส่วนมากแล้วรสชาติของทุเรียนทอดก็จะออกไปทางหวานตามรสชาติของเนื้อทุเรียนเป็นหลัก ตรงจุดนี้ก็จะขึ้นอยู่กับการปรุงแต่งของแต่ละคนด้วยว่าจะเลือกปรุงแต่งทุเรียนทอดให้ออกมาในรสชาติใด หากโรยเกลือแล้วอบก็จะมีการตัดเค็มเล็กน้อยให้อร่อยเข้ากัน แต่ถ้าหากโรยน้ำตาลก็จะหวานออกไปอีก

xslinfo-currant

ลูกเกด

การแปรรูปวัตถุดิบให้กลายมาเป็นอาหารอีกประเภทเพื่อสามารถเอาไว้ทานได้นานๆ นับว่าเป็นวิธีการหนึ่งในการสร้างความหลากหลาย และยืดอายุให้กับวัตถุดิบนั้นๆ ลูกเกดเองก็จัดเป็นวัตถุดิบที่ถูกแปรรูปมาจากผลไม้ชนิดหนึ่งซึ่งนั่นก็คือองุ่น เป็นผลไม้อบแห้งที่คนทั่วโลกค่อนข้างให้ความนิยมเป็นอย่างมาก สามารถนำมาประกอบอาหารได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นอาหารคาว อาหารหวาน ก็เลือกเอามาเป็นวัตถุดิบเพื่อใช้งานได้ทั้งสิ้น จึงไม่แปลกที่ลูกเกดจะเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ได้รับความนิยมอย่างหลากหลาย การผลิตลูกเกด ลูกเกดเป็นองุ่นแห้งทีเกิดมาจากกระบวนการการอบ 3 รูปแบบ ประกอบไปด้วย การตากแดด การผึ่ง และการอบด้วยเครื่องจักร ส่วนมากแล้วคนทั่วไปมักนำเอาลูกเกดมาเป็นส่วนประกอบหนึ่งในอาหารประเภทขนมที่นำมาปรุงด้วยวิธีการอบ ซึ่งประเภทของลูกเกดที่เราเห็นก็จะมีด้วยกันค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สีเขียว, สีดำ, สีทอง, สีน้ำเงิน, สีม่วง และสีเหลือง ซึ่งก็มาจากพันธุ์ของลูกเกดที่นำมาผ่านกระบวนการอบว่าเป็นสีอะไร โภชนาการที่ดีของลูกเกด จริงๆ แล้วลูกเกดคือ ผลไม้อบแห้งประเภทหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งใดๆ ทั้งสิ้นในขณะที่กำลังผ่านกระบวนการการอบ รสหวานที่เวลาเราได้ทานจะเป็นรสหวานตามธรรมชาติขององุ่นแห้ง เหตุเพราะมีส่วนประกอบของน้ำตาลประเภทฟลุกโตสอยู่ประมาณ 30% กับกลูโคสอีก 28% นั่นทำให้เราจะเห็นได้ว่าลูกเกดเป็นผลไม้อบแห้งที่มีน้ำตาลออกมาในลักษณะของการตกผลึกแม้ว่าจะผ่านกระบวนการอบแห้งมาแล้วก็ตาม การที่เรานำเอาลูกเกดอบแห้งไปเป็นส่วนประกอบในขนมประเภทเบเกอรี่ต่างๆ การตกต่างหน้าเค้ก หรือเอาไปทำเป็นไส้ขนมอะไรก็ตามคือวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้ความหวานของน้ำตาลในลูกเกดเจือจางลงไปบ้างเวลาทานรวมถึงยังเป็นการเพิ่มความหอมหวานให้กับอาหารประเภทนั้นๆ ด้วย นอกจากของหวานที่เรามักเห็นมีการนำลูกเกดไปเป็นส่วนประกอบบ่อยๆ แล้ว อาหารคาวหลายประเภทก็มีการนำเอาลูกเกดไปเป็นส่วนประกอบเช่นเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในเมนูที่หลายคนรู้จักกันดีก็คือ ข้าวผัดอเมริกัน รสชาติหวานของลูกเกดจะช่วยให้ความเป็นข้าวผัดอเมริกันมีความกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ต้องยอมรับว่าลูกเกดเป็นวัตถุดิบอีกประเภทหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างสูงไปทั่วโลก สามารถเลือกทานได้เปล่าๆ …

xslinfo Banana Tak

กล้วยตาก

กล้วยเป็นผลไม้บ้านๆ ของไทยที่คนไทยค่อนข้างรู้จัก เชื่อว่าแทบทุกคนต้องเคยทานกล้วยกันมาตั้งแต่เด็กแล้วด้วยซ้ำ นี่คือแหล่งวิตามินที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเหล่าบรรดาผลไม้หรือวัตถุดิบชนิดต่างๆ ในการจะนำมาทานหรือนำมาประกอบเป็นอาหาร อีกทั้งกล้วยยังเป็นผลไม้ที่หาทานได้ง่าย ราคาไม่แพง รสชาติอร่อย จึงไม่แปลกที่หลายคนจะนิยมทานกล้วยกันอย่างมาก อย่างไรก็ตามกล้วยที่เราทานกันนั้นก็มีด้วยกันอยู่หลายสายพันธุ์ไม่ว่าจะเป็น กล้วยหอม, กล้วยน้ำว้า, กล้วยตานี, กล้วยไข่ หรือกล้วยเล็บมือนาง เป็นต้น ทว่าด้วยความที่กล้วยเวลาออกผลแต่ละครั้งให้ปริมาณที่เยอะมาก หากไม่มีการนำมาแปรรูปก็อาจทำให้ต้องทิ้งไปเสียเปล่าๆ การทำกล้วยตากจึงกลายเป็นวิธีการแปรรูกล้วยที่ทำให้กล้วยอร่อยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ขั้นตอนการทำกล้วยตาก 1.ส่วนมากแล้วการทำกล้วยตากมักเลือกใช้กล้วยน้ำว้าแก่แล้วตัดออกเป็นหวีๆ วางลงบนใบตอง กระสอบ หรืออาจจะนำเอาใส่โอ่ง ถังก็ตามสะดวก แล้วบ่มทิ้งเอาไว้ให้กล้วยสุกดีเสียก่อน ซึ่งวิธีการดูง่ายๆ ก็คือตรงเหลี่ยมกล้วยที่จะเป็นมนๆ 2.ปอกเปลือกกล้วยแล้วเรียงไว้บนตะแกรง เอาไปตากแดดจนกล้วยเกือบแห้งสนิท ซึ่งอาจใช้เวลานานหน่อยประมาณ 5 วัน และจำเป็นต้องคอยพลิกกลับด้านอยู่เสมอ 3.พอเข้าวันที่ 6 ก่อนนำกล้วยไปตากแดดให้เอาเกลือกับน้ำมาละลายเข้าด้วยกัน ตั้งไฟต้มให้เดือด ทิ้งไว้ให้เย็น หาอุปกรณ์มากดคลึงกล้วยให้แบน จากนั้นเอากล้วยลงไปล้างในน้ำเกลือต่อมาก็นำกลับไปวางไว้บนตะแกรงเช่นเดิม ตากแดดทิ้งไว้อีก 1-2 วัน จนกล้วยแห้งสนิท 4.เมื่อแห้งสนิทจนได้ที่ก็ใส่ลงหม้อ ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้ 1 คืน …