xslinfo-Sweet pudding

ผัดเปรี้ยวหวาน

เสน่ห์อย่างหนึ่งของอาหารไทยก็คือ เป็นอาหารที่สามารถดัดแปลงเป็นเมนูที่น่าสนใจได้อย่างหลากหลาย มีความกลมกล่อมในด้านของรสชาติอาหารไม่ใช่จะยึดติดอยู่กับรสชาติใดรสชาติหนึ่ง การทำอาหารของคนไทยเองจึงค่อนข้างที่จะสามารถนำเอาวัตถุดิบต่างๆ ที่บางครั้งดูแล้วอาจไม่ค่อยเข้ากันสักเท่าไหร่นักมาแปรเปลี่ยนเป็นเมนูสุดพิเศษได้ คิดเอาง่ายๆ ว่ารสชาติของกับข้าวในส่วนของรสหวานกับรสเปรี้ยวมันอาจดูเป็นสิ่งที่ขนานกันแต่สำหรับคนไทยไม่มีอะไรยากเกินกว่าจะนำเอารสชาติทั้งสองนี้มารวมกันเป็น ผัดเปรี้ยวหวาน วัตถุดิบและขั้นตอนการทำผัดเปรี้ยวหวาน อันดับแรกต้องบอกก่อนว่าผัดเปรี้ยวหวานจัดเป็นอาหารคาวประเภทหนึ่งที่นิยมทานกับข้าวสวยร้อนๆ เป็นอาหารที่สามารถเลือกนำเอาเนื้อสัตว์ที่ต้องการมาใส่เป็นส่วนประกอบได้ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนว่าอยากเลือกนำเอาเนื้อสัตว์ประเภทไหนมาใช้ซึ่งในที่นี้จะขอแนะนำเป็นเนื้อหมู วัตถุดิบในการทำผัดเปรี้ยวหวาน เนื้อหมู, สับปะรด, มะเขือเทศ, แตงกวา, พริกใหญ่สีต่างๆ, หอมหัวใหญ่, กระเทียมสับ, ซีอิ๊วขาว, น้ำตาลทราย, น้ำมันหอย, ซอสมะเขือเทศ, น้ำมันพืช, น้ำเปล่า ขั้นตอนการทำผัดเปรี้ยวหวาน 1.หั่นเนื้อหมูให้เป็นชิ้นกำลังพอดีคำ ส่วนผักชนิดต่างๆ ก็ให้หั่นในลักษณะที่สามารถทานได้ง่ายวางเตรียมเอาไว้ 2.ตั้งกระทะไฟปานกลางใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อยเมื่อน้ำมันเริ่มร้อนก็ให้ใส่กระเทียมสับลงไปผัด แต่อย่าผัดให้ไหม้เพราะจะขม 3.เมื่อผัดกระเทียมจนหอมได้ที่ก็ให้ใส่เนื้อหมูลงไปผัดให้เนื้อหมูเริ่มสุกเล็กน้อยจากนั้นก็ใส่ผักชนิดต่างๆ ลงไป โดยควรเรียงลำดับดังนี้ แตงกวา มะเขือเทศ พริกใหญ่สีต่างๆ หอมหัวใหญ่ และสับปะรด 4.ปรุงรสด้วยการใส่น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอยและซอสมะเขือเทศ เติมน้ำเปล่าเล็กน้อยเพื่อไม่ให้แห้งจนติดกระทะ 5.ผัดต่อไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมต่างๆ เริ่มสุกจากนั้นก็ปิดไฟแล้วตักใส่จานก็เป็นอันเสร็จสิ้น รีวิวรสชาติผัดเปรี้ยวหวาน รสชาติที่อร่อยของผัดเปรี้ยวหวานจะต้องนำด้วยรสชาติเปรี้ยวจากซอสมะเขือเทศแล้วตัดหวานจากน้ำตาลกับผักชนิดต่างๆ แต่แนะนำว่าอย่าให้รสชาติใดรสชาติหนึ่งนำกันจนเกินไปเพราะมันจะไม่เกิดรสชาติผสมผสานที่ลงตัว อาจมีการตัดด้วยรสเค็มอีกเล็กน้อยบางคนชอบเผ็ดก็ใส่พริกลงไปให้มากก็จะได้รสชาติผัดเปรี้ยวหวานตามที่ต้องการ …

xslinfo-Stir fry

ผัดมันแกว

หากลองนึกถึงมันแกวเชื่อว่าหลายคนคงมองเจ้าวัตถุดิบชนิดนี้เป็นผลไม้อย่างแน่นอน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันแกวจัดเป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่งมีรสชาติหวานอยู่ในตัวเอง คนส่วนใหญ่นิยมนำมาต้มให้สุกแล้วทานสดๆ แต่ก็มีหลายคนที่เลือกนำเอามันแกวมาเป็นส่วนประกอบของอาหารหลากหลายชนิดแม้ส่วนใหญ่จะเน้นเป็นของหวานก็ตาม ทว่าการนำมันแกวมาเป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาหารคาวด้วยการนำมาทำเป็น ผัดมันแกว ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารที่น่าสนใจกันอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว วัตถุดิบ และขั้นตอนการทำผัดมันแกว อย่างที่กล่าวเอาไว้ในตอนต้นว่าส่วนมากแล้วคนทั่วไปมักจะนำเอามันแกวมาเป็นส่วนประกอบของอาหารหวาน แต่การที่มันแกวไม่ได้มีรสชาติหวานจนเกินไปทำให้สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารคาวแสนอร่อยได้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งเมนูผัดมันแกวที่ว่านี้การเลือกใช้เนื้อสัตว์ก็จะขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของผู้ทำ พื้นฐานก็คือเนื้อหมูหรือหมูสับ แต่ถ้าหากว่าใครอยากใส่กุ้ง หมึก ไก่ ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกเช่นเดียวกัน วัตถุดิบในการทำผัดมันแกว หมูสับ, มันแกว, แครอท, เห็ดหูหนู, ถั่วฝักยาว, กระเทียมสับ, น้ำปลา, น้ำตาลทราย, น้ำมันหอย, น้ำมันพืช ขั้นตอนการทำผัดมันแกว 1.หั่นแครอทให้เป็นลูกเต๋า ซอยเห็ดหูหนูให้เป็นเส้นฝอย มันแกวหั่นให้เป็นแท่งเล็กๆ ถั่วฝักขาวหั่นเฉลียง 2.นำกระทะตั้งไฟปานกลางเทน้ำมันพืชลงไปไม่ต้องเยอะมาก เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่ก็ใส่กระเทียมสับลงไปผัดให้หอม 3.เมื่อกระเทียมสุกได้ที่ก็ให้ใส่หมูสับที่เตรียมไว้ลงไปผัดให้เนื้อหมูเปลี่ยนสี 4.ใส่มันแกวตามลงไปผัดสักครู่เพื่อให้มันแกวเริ่มมีความนิ่มในตัวเอง 5.เมื่อมันแกวเริ่มนิ่มก็ให้ใส่แครอทหั่นเต๋า, เห็ดหูหนูซอย และถั่วฝักยาวหั่นเฉลียงลงไป จากนั้นก็ผัดให้ผักต่างๆ เริ่มสุก 6.ปรุงรสให้ได้ตามต้องการด้วยการใส่น้ำปลา, น้ำตาลทราย, น้ำมันหอย จากนั้นก็ผัดให้ได้รสชาติ 7.เมื่อผัดจนทุกอย่างสุกดีแล้วก็ตักใส่จากพร้อมเสิร์ฟ รีวิวรสชาติผัดมันแกว รสชาติของผัดมันแกวก็จะออกเป็นรสชาติผัดผักทั่วไปคือมีรสเค็มจากเครื่องปรุงต่างๆ ตามด้วยรสหวานของผักและมันแกว …

xslinfo-Strawberry

ยำสตรอเบอร์รี่

ผลไม้เมืองหนาวที่คนไทยค่อนข้างชื่นชอบ และให้ความนิยมเป็นอย่างมากก็คือ สตรอเบอร์รี่ ปกติแล้วการทานผลไม้ชนิดนี้ของคนทั่วไปก็จะเลือกทานกันแบบสดๆ หรือไม่ก็มีการนำไปแปรรูปเป็นส่วนผสมสำหรับอาหาร ขนม ชนิดต่างๆ ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกนำเอาไปทำอะไร แต่เชื่อหรือไม่ว่าความแปลกของสตรอเบอร์รี่ที่เราไม่ค่อยได้เห็นกันมากนักคือนี่เป็นผลไม้ที่สามารถนำเอาไปทำเป็นยำเหมือนเวลาที่เราทานยำรวมมิตร ยำวุ้นเส้น ได้ด้วย แถมความอร่อยยังสุดกว่ายำจำพวกนั้นอีกหลายเท่าตัวด้วยซ้ำ วัตถุดิบและขั้นตอนในการทำยำสตรอเบอร์รี่ จริงๆ แล้วการทำยำสตรอเบอร์รี่มันไม่ได้มีความแตกต่างไปจากการทำยำทั่วๆ ไปเลย มันคล้ายกับว่าเป็นการเปลี่ยนวัตถุดิบหลักจากสิ่งที่เราคุ้นเคยอย่างเนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ มาเป็นสตรอเบอร์รี่ผสมผสานกับของอร่อยหลายๆ ชนิดตามแต่ต้องการซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะเลือกนำเอาอะไรมาใส่ประกอบกันบ้างเพื่อให้เป็นไปตามความชื่นชอบของตัวเอง วัตถุดิบในการทำยำสตรอเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่สด, พริกขี้หนู, มะเขือเทศ, หอมหัวใหญ่, ใบคื่นช่าย, กุ้งปอกเปลือก, หมูสับ, น้ำปลา, มะนาว, น้ำตาลทราย ขั้นตอนในการทำยำสตรอเบอร์รี่ 1.นำสตรอเบอร์รี่มาล้างให้สะอาดแล้วหั่นครึ่งในปริมาณตามที่ต้องการ 2.นำกุ้งที่ปอกเปลือกแล้วตัดหัว ดึงเส้นดำ แล้วลวกให้สุก เช่นเดียวกับหมูสับก็รวนให้สุกด้วยเหมือนกัน 3.มะเขือเทศผ่า 4 เสี้ยว หอมหัวใหญ่ซอยให้ชิ้นกำลังพองาม 4.ตำหรือปั่นพริกขี้หนูตามต้องการแล้วใส่ลงไปในถ้วยสำหรับยำ ปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว น้ำตาลทราย ตามชอบ 5.เมื่อปรุงจนได้รสที่ต้องการก็ให้ใส่วัตถุดิบทั้งหมดลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน โรยด้วยใบคื่นช่ายเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น รีวิวรสชาติยำสตรอเบอร์รี่ สิ่งแรกที่จะสามารถสัมผัสได้อย่างแน่นอนก็คือ …

Somtum Fruits

ส้มตำผลไม้รวม

อาหารประจำชาติไทยที่นอกจากคนไทยแทบทุกคนจะต้องเคยทานแล้ว ชาวต่างชาติที่มายังเมืองไทยหรือเคยได้ยินชื่อเสียงเกี่ยวกับอาหารไทยจะต้องรู้จักอาหารที่เรียกว่า ส้มตำ อย่างแน่นอน เพราะนี่คือ เมนูแสนอร่อยมีความครบถ้วนทั้งเรื่องของรสชาติและคุณค่าทางอาหาร จึงไม่แปลกที่ใตรต่อใครต่างก็นิยมชมชอบการทานส้มตำกันทั้งนั้น อย่างไรก็ตามส้มตำโดยปกติแล้วก็คือการนำเอามะละกอดิบมาสับเป็นเส้นแล้วตำกับเครื่องเคราต่างๆ ตามใจคนทานว่าอยากให้ส้มตำออกมาเป็นลักษณะใด แต่ก็ยังมีตำอีประเภทที่จะต้องลืมภาพของส้มตำที่ใช้มะละกอไปได้เลย เพราะตำที่ว่านี้ก็คือ ส้มตำผลไม้รวม วัตถุดิบและขั้นตอนการทำส้มตำผลไม้รวม การทำส้มตำผลไม้รวมไมได้มีอะไรยุ่งยากอย่างที่คิด ที่สำคัญสามารถเลือกผลไม้ที่ตเนองชื่นชอบมาเป็นส่วนประกอบในการทำได้อีกต่างหาก ส่วนรสชาติก็เรียกได้ว่าตามใจชอบกันเลยทีดียว วัตถุดิบในการทำส้มตำผลไม้รวม ผลไม้ตามชอบ อาทิ แอปเปิ้ล, ส้ม, องุ่น, แก้วมังกร, ฝรั่ง, สับปะรด เป็นต้น, มะเขือเทศ, แครอทฝอย, กระเทียม, กุ้งแห้ง, พริกขี้หนู, น้ำปลา, มะนาว, น้ำตาลปี๊บ, ถั่วลิสง ขั้นตอนในการทำส้มตำผลไม้รวม 1.นำกระเทียมกับพริกขี้หนูใส่ในครกแล้วโขลกให้พอแตกหากใครชอบเผ็ดก็ใส่พริกเยอะหน่อยได้ 2.นำผลไมมาหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำจากนั้นก็นำใส่ครก ตามด้วยมะเขือเทศหั่น 4 แครอทฝอย กุ้งแห้ง โขลกเบาๆ อย่าแรงเพราะจะทำให้ผลไม้ช้ำและดูไม่น่าทาน บางคนเลือกใช้วิธีการคนด้วยซ้ำ 3.ปรุงรสชาติตามใจชอบด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ, น้ำมะนาว จากนั้นก็คนเบาๆ ให้รสชาติกลมกล่อมเข้ากันเป็นอย่างดี …

Fruit salad

สลัดผลไม้รวม

เมนูสำหรับคนรักสุขภาพที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างมากไม่ว่าจะเป็นคนที่กำลังต้องการลดน้ำหนักหรือว่าคนที่หันมาใส่ใจดูแลร่างกายของตนเองนั่นก็คือ สลัด หลายคนอาจมองภาพว่าสลัดส่วนมากแล้วจะต้องเป็นผักที่ไม่ค่อยมีรสชาติอะไรเท่าไหร่นอกจากเรื่องของความจืดแต่จริงๆ แล้วเมนูสลัดจัดว่าเป็นเมนูที่สามารถดัดแปลงได้ค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับผู้ที่จะทานว่าต้องการเลือกทานสลัดแบบใด การนำผลไม้มาเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำสลัดก็นับเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เมนูสลัดน่าสนใจมากยิ่งขึ้น วัตถุดิบและขั้นตอนการทำสลัดผลไม้รวม จริงๆ แล้วต้องบอกก่อนว่าสูตรในการทำสลัดผลไม้ค่อนข้างมีความหลากหลายมากๆ ขึ้นอยู่กับคนที่จะเลือกทานว่าอยากทานสลัดผลไม้ในรูปแบบใด ใช้น้ำสลัดสไตล์ไหน เลือกเอาผลไม้ใดมาเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นจะขอยกตัวอย่างวัตถุดิบและขั้นตอนในการทำแบบง่ายๆ มาให้ได้เอาไปทำทานกันเอง วัตถุดิบในการทำสลัดผลไม้รวม ผลไม้หลากหลายประเภทตามใจที่ตนเองชอบ อาทิ ส้ม, สตรอเบอร์รี่, บลูเบอร์รี่, แอปเปิ้ล, กีวี่, เบอร์รี่ชนิดต่างๆ เป็นต้น, น้ำสลัดรสชาติตามใจชอบซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านที่มีวางขาย หรือหากบางคนมีสูตรในการทำน้ำสลัดเฉพาะตัวก็ไม่ใช่ปัญหา ขั้นตอนในการทำสลัดผลไม้รวม 1.นำผลไม้ที่จะใช้ทำมาล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย หากผลไม้ชนิดไหนต้องปอกเปลือกก็ปอกก่อนล้างเสมอ 2.หั่นผลไม้ที่ต้องการออกเป็นชิ้นพอดีคำ ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปเพื่อให้ทานได้อย่างง่ายดาย เมื่อหั่นเสร็จเรียบร้อยก็ให้เทใส่ในภาชนะที่จะเอาไว้คลุกกับน้ำสลัด 3.เทน้ำสลัดในสูตรที่ตัวเองต้องการลงไปจากนั้นก็คลุกเคล้าให้เข้ากันตักขึ้นใส่จานหรือชามเท่านี้ก็ได้สลัดผลไม้รวมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รีวิวรสชาติสลัดผลไม้รวม อย่างที่กล่าวเอาไว้ในข้างต้นว่าจริงๆ แล้วรสชาติของสลัดทุกชนิดจะขึ้นอยู่กับรสชาติของน้ำสลัดตามที่ตนเองต้องการว่ารสชาติออกมาในรูปแบบใด เช่น บางคนเลือกใช้แบบน้ำสลัดครีมข้น รสชาติก็จะออกเปรี้ยวเล็กน้อยตามด้วยความหวาน มัน กลมกล่อม เมื่อเจอกับผลไม้ที่ใส่ก็จะให้รสชาติที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี การทำสลัดไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่หลายคนคิดยิ่งในสมัยนี้การซื้อน้ำสลัดสูตรสำเร็จสามารถหาซื้อได้ง่ายมากๆ เพียงแค่นำเอาผลไม้ที่ชอบมาผสมรวมกับน้ำสลัดก็จะได้สลัดผลไม้รวมที่แสนอรอ่ยเอาไว้ทานเพื่อสุขภาพที่ดีแล้ว เพราะผลไม้แต่ละชนิดก็จะมีคุณค่าทางโภชนาการแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู้กับชนิดของผลไม้นั้นๆ