xslinfo-Mango sticky rice ice cream

ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วง

ขึ้นชื่อว่าเป็นคนไทยที่เกิดในแผ่นดินอันมีความอุดมสมบูรณ์เรื่องของอาหารการกินจึงเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ค่อนข้างหลากหลาย ไม่แปลกที่หลายชาติต่างก็ยกย่องให้ประเทศไทยของเราเป็นครัวของโลก เหตุผลก็คงไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการที่ประเทศเรามีวัตถุดิบในการสร้างสรรค์เมนูอาหารมากมายทั้งคาวและหวาน ซึ่งเมนูยอดนิยมที่เป็นอาหารไทยหากเป็นของคาวก็คงหนีไม่พ้นอาหารอย่าง ส้มตำ, ต้มยำกุ้ง เป็นต้น แต่ถ้าหากลองนึกถึงของหวานที่เป็นของขึ้นชื่อหนึ่งในนั้นจะต้องมี ข้าวเหนียวมะม่วง ด้วยอย่างแน่นอน รีวิวความอร่อยของไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วง จริงๆ แล้วต้องบอกก่อนว่าส่วนมากคนไทยมักจะไม่ค่อยเลือกทำไอศกรีมข้าวเหนียมมะม่วงเหมือนกับผลไม้ประเภทอื่นๆ ด้วยความที่ความอร่อยที่แท้จริงของการทำไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วงอยู่ที่การคัดสรรมะม่วงพันธุ์ดี อาทิ น้ำดอกไม้ อกร่อง มันเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย ที่สำคัญในช่วงเวลาที่ออกมาก็ราคาแรงอยู่ใช่ย่อยดังนั้นคนไทยส่วนใหญ่จึงนิยมเลือกที่จะหาซื้อทานมากกว่า อีกอย่างก็คือการมูนข้าวเหนียวมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยด้วยซ้ำ ทุกวันนี้หากว่ากันตามความเป็นจริงเมื่อถึงหน้าเทศกาลของข้าวเหนียวมะม่วงก็มักจะมีร้านไอศกรีมเจ้าดังหลายร้านทำเมนูนี้ออกมาล่อตาล่อใจกลุ่มลูกค้า ซึ่งก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างสม่ำเสมอด้วย อย่างไรก็ตามหากใครอยากรู้วิธีทำเพื่อนำไปลองปฏิบัติเองเดี๋ยวช่วงท้ายจะแนะนำกันด้วย มาว่ากันที่เรื่องของความอร่อยของไอศกรีมมะม่วงต้องบอกเลยว่ายิ่งได้มะม่วงที่หวานฉ่ำมากเท่าไหร่ความอร่อยก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งรสชาติที่เราจะได้ก็เป็นการผสมผสานระหว่างความหวานกับความมันตัดเลี่ยนด้วยการทานข้าวเหนียวมูนหอมๆ หวานๆ คู่กันไปด้วย ถือเป็นของโปรดของคนจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว วัตถุดิบและขั้นตอนในการทำไอศกรีมมะม่วง มะม่วงอกร่อง / น้ำดอกไม้ หรือมะม่วงสุกที่มีรสหวาน, วิปปิ้งครีม, น้ำตาลทราย, นมข้นหวาน, ขั้นตอนการทำ 1.นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงไปในเครื่องปั่นจากนั้นก็ทำการปั่นจนมีเนื้อที่เนียนละเอียด 2.ชิมรสชาติให้ดีหากยังไม่พอใจหรือชอบรสชาติในแบบไหนก็ใส่เพิ่มเติมเข้าไปได้ 3.เมื่อได้รสชาติที่ดีก็เทใส่กล่องที่มีฝา ปิดให้เรียบร้อยแล้วแช่ตู้เย็นช่องแข็ง 2 ชั่วโมง 4.นำออกมาปั่นอีกรอบแล้วนำกลับไปแช่อีก 2 ชั่วโมง ทำแบบนี้ 2 ครั้ง เมื่อทำครั้งสุดท้ายก็ให้แช่ค้างคืนเอาไว้ …

xslinfo-Corn ice cream-s

ไอศกรีมข้าวโพด

หากให้ลองนึกถึงผลไม้ไทยๆ อันเป็นที่ถูกอกถูกใจคนไทยมาอย่างช้านานหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นข้าวโพดอย่างแน่นอน นี่คือ ผลไม้ไทยที่อยู่ในข่ายสามารถหาทานได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เดินไปตามตลาดหรือแม้แต่มีรถวิ่งขายผ่านก็สามารถหาซื้อทานกันได้แล้ว ที่สำคัญข้าวโพดยังสามารถนำมาแปรเปลี่ยนเป็นเมนูอาหารได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน แต่สำหรับเมืองไทยที่มีอากาศร้อนเกือบตลอดทั้งปี การนำข้าวโพดมาเปลี่ยนเปลี่ยนรูปร่างให้เป็นไอศกรีมคงเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว วัตถุดิบและขั้นตอนการทำไอศกรีมข้าวโพด อย่างไรก็ตามต้องบอกก่อนว่าการทำไอศกรีมข้าวโพดสามารถเลือกทำได้ด้วยวิธีการที่หลากหลายขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนว่าอยากนำข้าวโพดมาแปรเปลี่ยนเป็นไอศกรีมลักษณะใด สำหรับตอนนี้จึงอยากนำเสนอในการนำเอาข้าวโพดมาทำเป็นไอศกรีมแบบถ้วยแสนอร่อยรับรองว่าโดนใจอย่างแน่นอน วัตถุดิบในการทำไอศกรีมข้าวโพด ข้าวโพด, น้ำตาลทราย, นมจืด, วิปปิ้งครีม, ไข่แดง, เกลือป่น ขั้นตอนในการทำไอศกรีมข้าวโพด 1.ต้มข้าวโพดเหลืองจนสุกจากนั้นก็ทำการฝานให้เป็นแผ่นบางๆ ใส่ถ้วยรอเอาไว้ 2.เอาไข่แดงที่เตรียมไว้ตีจนฟู 3.เอานมจืดขึ้นตั้งไฟระดับปานกลางจนเดือด จุดนี้สำคัญคือต้องพยายามคนบ่อยๆ เพื่อไม่ให้เกิดการไหม้บริเวณก้นหม้อ 4.นำไข่แดง วิปปิ้งครีม น้ำตาล และเกลือใส่ลงไปด้วยกันจากนั้นก็คนให้ละลายตั้งไฟให้เดือด 5.เมื่อคนส่วนผสมก่อนหน้านี้จนได้ที่แล้วก็ใส่ข้าวโพดลงไป คนให้เข้ากันอีกรอบ จากนั้นก็ยกลงรอให้เย็น 6.นำเอาส่วนผสมทั้งหมดเทลงกล่องพลาสติก จากนั้นก็เอามาแช่ตู้เย็นไว้ในช่องแช่แข็งประมาณ 5 ชั่วโมง 7.เมื่อได้ที่ก็นำเอาไปใส่ในเครื่องปั่นไอศกรีม ปั่นให้กลายเป็นไอศกรีม จากนั้นก็เทกลับใส่กล่องพลาสติกอีกครั้ง 8.นำเข้าตู้เย็นที่ช่องแช่แข็งอีกครั้งจนไอศกรีมแข็งตัว เมื่อแข็งตัวก็สามารถตักมาทานได้เลย รีวิวรสชาติไอศกรีมข้าวโพด การเลือกทานไอศกรีมข้าวโพดในลักษณะนี้จะได้สัมผัสถึงความหอม มัน ของส่วนผสมต่างๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ส่วนรสชาติของตัวข้าวโพดเองที่ออกหวานก็จะช่วยส่งให้ไอศกรีมมีความหวานมากขึ้นกว่าเดิมด้วย จัดว่าเป็นขนมที่สามารถนำมาทานในช่วงเวลาอากาศร้อนได้เป็นอย่างดี ประโยชน์ของข้าวโพด 1.มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยให้ผิวพรรณมีความสดใส่ …

xslinfo-Kiwifruit ice cream-s

ไอศกรีมกีวี

กีวี ถือเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างมากในเมืองไทย แม้ว่าจะไม่ใช่ผลไม้แท้ๆ ที่คนไทยสามารถปลูกขึ้นมาเองได้เหมือนกับต้นตำรับ แต่ด้วยความที่ผลไม้ชนิดนี้เป็นผลไม้ที่สามารถนำมาแปรรูปหรือเป็นส่วนผสมในการทำอาหารทั้งคาวและหวานได้อย่างหลากหลายจึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากีวีคือผลไม้อันเป็นที่ถูกอกถูกใจของหลายๆ คนมายาวนาน การนำเอากีวีมาทำไอศกรีมก็นับได้ว่าเป็นอีกวิธีการหนึ่งในการนำเอาผลไม้ชนิดนี้มาแปรเปลี่ยนเป็นขนมสรเลิศ วัตถุดิบและขั้นตอนการทำไอศกรีมกีวี ก่อนที่จะรู้ว่ารสชาติของไอศกรีมกีวีเป็นอย่างไรเราก็ควรที่จะต้องรู้จักวัตถุดิบและขั้นตอนในการทำเสียก่อนเพื่อเวลาที่ชิมหรือทานแล้วจะได้เข้าใจในความเป็นรสชาติของไอศรีมกีวีมากยิ่งขึ้น วัตถุดิบในการทำไอศกรีมกีวี น้ำ, น้ำตาลทราย, กีวี, มะนาว, น้ำต้มสุก, น้ำมะนาว ขั้นตอนในการทำไอศกรีมกีวี 1.น้ำน้ำมาต้มให้เดือดแล้วผสมน้ำตาลทรายลงไปในอัตราที่ใกล้เคียงกันเพื่อให้ละลายจนกลายเป็นน้ำเชื่อมจากนั้นตั้งพักเอาไว้ให้เย็น 2.หั่นกีวีออกเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นก็ใส่ลงไปในเครื่องปั่น ปั่นกีวีให้ละเอียดจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน 3.นำกีวีปั่นที่ได้เทใส่ในอ่างเติมน้ำเชื่อมที่พักเอาไว้, มะนาว, และผสมน้ำต้มสุกลงไปอีกเล็กน้อย จากนั้นก็คนให้เข้ากัน 4.หั่นกีวีให้เป็นชิ้นจากนั้นใส่ลงไปในพิมพ์สำหรับการทำไอศกรีม แล้วนำส่วนผสมที่ได้ทำเอาไว้เมื่อสักครู่นี้ใส่ตามลงไป นำเอาแช่ตู้แช่แข็ง โดยอาจเสียบไม้ไอศกรีมเอาไว้เพื่อให้ทานง่ายขึ้น 5.รอให้ไอศกรีมแข็งตัวเท่านี้ก็สามารถทานได้อย่างเอร็ดอร่อย รีวิวรสชาติไอศกรีมกีวี ด้วยความที่รสชาติทีแท้จริงของกีวีจะมีรสชาติเปรี้ยวอมหวานเมื่อเรานำมาผสมกับน้ำตาลเพื่อให้เกิดเป็นความหวานที่เข้มข้นขึ้นบวกกับการผสมน้ำมะนาวนิดหน่อยเพื่อให้รสชาติความเปรี้ยวยังคงอยู่รสชาติของไอศกรีมกีวีจะมีลักษณะเปรี้ยวนำแล้วก็หวานตาม โดยความเปรี้ยวที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เปรี้ยวจนทานไม่ได้เหตุเพราะจะมีความหวานมาช่วยตัดกันอย่างพอดิบพอดี ถือว่าเป็นขนมที่สามารถช่วยผ่อนคลายในช่วงหน้าร้อนได้เป็นอย่างดี ประโยชน์ของกีวี 1.เป็นผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง ตรงจุดนี้จะช่วยในเรื่องของการชะลอความแก่ของร่างกายได้จากสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการลดความเสื่อมของอวัยวะส่วนต่างๆ ช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลรวมถึงช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือดอีกด้วย 2.มีไฟเบอร์สูง ช่วยทำให้อิ่มได้เร็วและนานมากขึ้น ช่วยในการปรับปรุงระบบย่อยอาหารของร่างกายได้เป็นอย่างดี ส่งเสริมให้หัวใจมีการทำงานที่ดีทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง